ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'สุวรรณ พันละเกตุ' อดีตนายก อบต.สระใคร หนองคาย-พวก นำรถหลวงไปใช้ส่วนตัววันหยุด เบิกค่าน้ำมันเกินจริง พ่วงทุจริตจัดซื้อผ้าห่มกันหนาว หลังศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นย้อนสำนวนให้พิจารณาใหม่ ล่าสุด โดนตัดสินจำคุกคนละ 5 ปี พร้อมพวก นับโทษต่อคดีเดิมคุก 10 ปี ทุจริตซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง-พรรณไม้ เบ็ดเสร็จสองคดี 15 ปี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุวรรณ พันละเกตุ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย กับพวก ว่าที่ร้อยเอก ราวีชัย พฤทธิ์พหล นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ในวันเสาร์- อาทิตย์ และมีการเบิกค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในปีงบประมาณ 2550 เกินจริง และทุจริตโครงการจัดซื้อผ้าห่มกันหนาว ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาว่า นายสุวรรณ พันละเกตุ จำเลยที่ 1 และ ว่าที่ร้อยเอก ราวีชัย พฤทธิ์พหล จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151
ลงโทษจำคุก คนละ 5 ปี นับโทษต่อคดีเดิม
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด(อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
เกี่ยวกับคดีนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้ ยกคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4
จากเดิม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตฯ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรค 1
เป็นให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาในปัญหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดหรือไม่ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายสุวรรณ พันละเกตุ ว่าที่พันตรี ราวีชัย พฤทธิ์พหล นายพัฒนา บรรพจันทร์ และนายบุรินทร์ พฤทธิ์พหล ในคดีที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วง ปีงบประมาณ 2549 -2550 และโครงการจัดซื้อพรรณไม้ ปีงบประมาณ 2550 มาแล้ว
ศาลฯ พิพากษาว่า การกระทำของ นายสุวรรณ พันละเกตุ จำเลยที่ 1 ว่าที่พันตรี ราวีชัย พฤทธิ์พหล จำเลยที่ 2 และนายพัฒนา บรรพจันทร์ จำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทง ลงโทษ ตามมาตรา 91
จำคุก นายสุวรรณ พันละเกตุ จำเลยที่ 1 กำหนด 10 ปี
การกระทำของว่าที่พันตรี ราวีชัย พฤทธิ์พหล จำเลยที่ 2 และนายพัฒนา บรรพจันทร์ จำเลยที่ 3 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ.มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ตามมาตรา 90
จำคุก กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมสองกระทงความผิดเป็นจำคุก คนละ 6 ปี 8 เดือน
จำคุกนายบุรินทร์ พฤทธิ์พหล จำเลยที่ 4 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
นับรวมโทษ 2 คดี นายสุวรรณ พันละเกตุ คดีแรก 10 ปี คดีสอง 5 ปี รวมเป็นจำคุก 15 ปี
อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 คดี ยังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลสูงกว่านี้ได้อีก




