"...กลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนใหญ่ที่ถูกชี้มูลความผิด จะเป็นกลุ่มที่ไปร่วมลงชื่อว่าเข้าร่วมการอบรมเต็มเวลา นำใบเสร็จปลอมและเท็จดังกล่าวไปใช้ในการเบิกจ่ายกับโรงเรียนต้นสังกัด แสดงให้เห็นว่าย่อมต้องรู้หรือควรรู้ว่าไม่ได้มีการจัดกิจกรรมจริง หรือจัดบางวัน หรือไม่มีการเข้าพักจริง เนื่องจากเป็นผู้เข้าร่วมโครงการตลอด ถือว่ามีความผิดและทำให้ราชการเสียหาย ..."
จากกรณีสำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวมติคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายศลใจ วิบูลกิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 (สพม.16) พร้อมพวก กรณีจัดอบรมสัมมนาและทัศนศึกษาดูงานของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด 54 โรงเรียน โดยมิชอบ

ภาพประกอบรายงาน
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวน พร้อมเอกสารพยานหลักฐานทั้งหมดไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดแถลงข่าวผลการชี้มูลคดีเป็นทางการแล้ว
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า คดีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากมีผู้ถูกกล่าวหามากกว่า 57 ราย เป็นข้าราชการ ครู และผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและสตูล ใช้ระยะเวลาในการไต่สวนค่อนข้างนาน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาหลายรายมีการประวิงเวลา ขอเลื่อนการเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอยู่บ่อยครั้ง บางรายก็มีเส้นสายรู้จักผู้มีอำนาจในพื้นที่ จนทำให้ต้องมีการรายงานเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกลางรับทราบ และทาง ป.ป.ช. ชุดใหญ่ก็มีมติให้ชี้มูลคดีเป็นทางการไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิดในคดีนี้ ก็คือ การปลอมเอกสารเท็จ เพื่อเบิกจ่ายเงินหลวง ทั้งที่ไม่ได้มีการดำเนินงานจริง ในการจัดฝึกอบรมของ สพม. 16 จำนวน 3 ครั้ง คือ
1.การจัดประชุมเตรียมความพร้อม วันที่ 14-16 สิงหาคม 2558 ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีการดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าว แต่มีการนำเอกสารในบัญชีลงเวลาเข้าร่วมโครงการมาให้ผู้มีรายชื่อเข้าร่วมโครงการลงลายมือชื่อเข้าร่วมโครงการ ทั้งที่ไม่มีการจัดกิจกรรมจริง และมีการไปติดต่อให้ออกใบเสร็จรับเงินปลอม และมีข้อความอันเป็นเท็จ เป็นค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารเย็น ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ค่าห้องพัก
2.ช่วงการเดินทางไปศึกษาดูงาน สพม.16 มีการร่วมกับผู้ประกอบการ ปลอมใบเสร็จ โดยขอให้โรงแรมออกให้จริงคือ 1 ห้องพัก 2 คน จำนวน 1 คืน ปลอมเป็น 1 ห้องพัก 1 คน จำนวน 3 คืน
3.การประชุมสรุปผล ซึ่งไม่ได้เขียนกิจกรรมนี้ในการขออนุมัติดำเนินโครงการ พบข้อเท็จจริงว่ามีการประชุมเพียง 1 วัน บริเวณห้องโถงของสถานที่ดังกล่าว โดยไม่มีการเข้าพัก ไม่มีอาหารกลางวัน ไม่มีอาหารเย็นสำหรับผู้เข้าประชุม มีเพียงอาหารว่างเท่านั้น แต่มีการทำเอกสารการลงเวลาเข้าร่วมประชุมทั้ง 3 วัน และให้ออกใบเสร็จรับเงินให้เป็นค่าอาหารกลางวัน 2 มื้อ อาหารเย็น 2 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 4 มื้อ ค่าที่พัก 2 คืน 16 ห้อง เป็นต้น
แหล่งข่าวกล่าวว่า กลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ส่วนใหญ่ที่ถูกชี้มูลความผิด จะเป็นกลุ่มที่ไปร่วมลงชื่อว่าเข้าร่วมการอบรมเต็มเวลา นำใบเสร็จปลอมและเท็จดังกล่าวไปใช้ในการเบิกจ่ายกับโรงเรียนต้นสังกัด แสดงให้เห็นว่าย่อมต้องรู้หรือควรรู้ว่าไม่ได้มีการจัดกิจกรรมจริง หรือจัดบางวัน หรือไม่มีการเข้าพักจริง เนื่องจากเป็นผู้เข้าร่วมโครงการตลอด ถือว่ามีความผิดและทำให้ราชการเสียหาย ปัจจุบันเกษียณราชการไปแล้วหลายคน
"ส่วนกลุ่มที่รอด ไม่ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา โดนเฉพาะแค่ผิดวินัย ก็จะเป็นกลุ่มที่ไปร่วมลงชื่อด้วย แต่ไม่ได้นำใบเสร็จไปเบิกเงินกับต้นสังกัด ถือว่ามีความผิด แต่ยังไม่ได้ทำให้ราชการเสียหาย โดยคดีนี้ ป.ป.ช. มีพยานสำคัญเป็นเจ้าของโรงแรมบางรายที่ไม่ยินยอมแก้ไขเอกสารตามที่มีการเรียกร้อง ทำให้สามารถยืนยันข้อเท็จจริงการกระทำความผิดในคดีนี้ได้ชัดเจน" แหล่งข่าวระบุ

อินโฟฯ ข่าว ป.ป.ช.ฟันกราวรูด!! อดีต สพม.-จนท.-ผอ.ร.ร. 57 คน (1)

อินโฟฯ ข่าว ป.ป.ช.ฟันกราวรูด!! อดีต สพม.-จนท.-ผอ.ร.ร. 57 คน (2)
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรอความเห็นจากทางอัยการว่าจะสั่งฟ้องคดีตามสำนวนการไต่สวนคดีที่ส่งไปให้ หรือว่ายังมีข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวน ที่จะต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายอัยการและ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์เพิ่มเติม แต่ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ ป.ป.ช. สามารถใช้อำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ได้เองตามกฎหมาย
อย่างไรก็ดี การชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก




