News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ฟันอดีตหน.เขตห้ามล่าฯ-เมีย จ้างงานทิพย์ ใช้ชื่อญาติฮุบงบ 3.4 ล.

ป.ป.ช.ฟันอดีตหน.เขตห้ามล่าฯ-เมีย จ้างงานทิพย์ ใช้ชื่อญาติฮุบงบ 3.4 ล.

27 มี.ค. 2569 12:53
ผู้ชม 640 คน

สำนักงาน ป.ป.ช.สตูล เผยมติคกก.ชุดใหญ่ ชี้มูลอาญา 'นรินทร์ ตรียงค์' อดีตนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม คดีจัดจ้างงานทิพย์ ฮุบงบ 3.4 ล้าน โยงเมีย-เครือญาติหมุนเงิน ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกม. แจ้งชดใช้ค่าเสียหาย - ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสตูล แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญากรณีกล่าวหานายนรินทร์ ตรียงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขามจังหวัดสงขลา กับพวกรวม 6 ราย กรณีกรณีทุจริตการเบิกเงินค่าจ้างเหมาพนักงานจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2555 - 2561 ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม จังหวัดสงขลา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ระบุรายละเอียดว่า กรณีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้น จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายนรินทร์ ตรียงค์ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง -แหลมขาม จังหวัดสงขลา ตามคำสั่ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1692/2554 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2554 นายนรินทร์ฯ ได้นำงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 - 2561 ไปใช้ในการจัดจ้างเหมาเอกชนและบุคคลภายนอกเพื่อปฏิบัติงานให้ทางราชการ จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย

  • 1. โครงการจ้างเอกชนเพื่อปฏิบัติงานธุรการ งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ งานบำรุงรักษาอาคารสถานที่ ได้นำรายชื่อบุคคลจำนวน 3 ราย คือ นางสาวกรวิภา เพ็ชรเล็ก นางสาวกีรยาพร ชูมนต์ และนางปรภัทรศฐิญา มงคลศิริเจริญ ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด และมีความสัมพันธ์ในทางเครือญาติกับนางถิรดา ตรียงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 (ภรรยาของนายนรินทร์ฯ)

  • 2.โครงการจ้างบุคคลภายนอกเป็นผู้ปฏิบัติงานอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่า ได้นำรายชื่อบุคคล จำนวน 4 ราย คือ 1. นายเอกสุวัชร์ ราตรีพฤกษ์วริศ 2. นายสิขเรศ เพ็ชรเล็ก 3. นายเรวัฒน์ คงหนูเกตุ และ 4. นายสามารถ สุวรรณสิน มารับรองว่าเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก ทั้งที่ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการคัดเลือกจริงแล้วจัดทำบันทึกข้อตกลงการจ้างในแต่ละครั้งเป็นราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือราย 12 เดือน แล้วแต่กรณี

ทางไต่สวนพบว่าบุคคลทั้ง 7 รายดังกล่าว ไม่เคยมีการลงชื่อในการปฏิบัติงานและไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า - เขาปะช้าง อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง –แหลมขาม รู้จักหรือเคยพบเห็นบุคคลทั้ง 7 รายเข้าไปปฏิบัติงานแต่อย่างใด

แต่นายนรินทร์ฯ ได้จัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจ้างโดยการปลอมลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่พัสดุและหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุรวมทั้งบันทึกการตรวจรับงานจ้างโดยการปลอมแปลงลายมือชื่อของคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขออนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง และยังจัดทำเอกสารหลักฐานโดยรับรองว่าบุคคลทั้ง 7 ราย ได้มาปฏิบัติงานให้ทางราชการจริง โดยจัดทำบันทึกฯ ขอเบิกจ่ายเงินในแต่ละเดือนส่งไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6 เพื่อเบิกจ่ายเงินค่าจ้างและค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว

จากนั้นเมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6 ได้โอนเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนไปเข้าบัญชีเงินฝากของบุคคลทั้ง 7 ซึ่งเป็นพนักงานจ้างเหมาหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้มาปฏิบัติงานให้ทางราชการจริง ปรากฏว่าได้มีการโอนเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากบัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลดังกล่าวบางส่วนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนายนรินทร์ฯ และนางถิรดาฯ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานราชการสังกัดส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6(ภรรยาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม แต่อย่างใด

แต่กลับพบว่ามีการรับโอนเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 โอนเข้าบัญชีของพนักงานจ้างทั้ง 7 ราย ดังกล่าว

นางสาวกรวิภา เพ็ชรเล็ก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีรายชื่อเป็นพนักงานจ้างเหมาปฏิบัติงานธุรการประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง – แหลมขามไม่เคยมีการลงชื่อในการปฏิบัติงานและไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง -แหลมขาม รู้จักหรือเคยพบเห็นว่าเข้าไปปฏิบัติงานแต่อย่างใด และไม่เคยมีการส่งมอบงานจ้างจริง เมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6 ได้โอนเงินค่าจ้างไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร

ปรากฏว่าได้มีการโอนเงินค่าจ้างจากบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวบางส่วนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนายนรินทร์ ตรียงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และนางถิรดา ตรียงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวกีรยาพร ชูมนต์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีรายชื่อเป็นพนักงานจ้างเหมาปฏิบัติงานธุรการประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง – แหลมขามไม่เคยมีการลงชื่อในการปฏิบัติงาน และไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม

อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม รู้จักหรือเคยพบเห็นว่าได้เข้าไปปฏิบัติงานแต่อย่างใด และไม่เคยมีการส่งมอบงานจ้างจริง เมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6 ได้โอนเงินค่าจ้างไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชีนางสาวกีรยาพร ชูมนต์ ปรากฏว่าได้มีการโอนเงินค่าจ้างจากบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวบางส่วนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนายนรินทร์ ตรียงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และนางถิรดา ตรียงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางปรภัทรศฐิญา มงคลศิริเจริญ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีรายชื่อเป็นพนักงานจ้างเหมางานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง -แหลมขาม ไม่เคยมีการลงชื่อในการปฏิบัติงานและไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขามอีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขามรู้จักหรือเคยพบเห็นว่าได้เข้าไปปฏิบัติงานแต่อย่างใดและไม่เคยมีการส่งมอบงานจ้างจริง

จากนั้นเมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 6ได้โอนเงินค่าจ้างไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี นางปรภัทรศฐิญา มงคลศิริเจริญ ปรากฏว่าได้มีการโอนเงินค่าจ้างจากบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวบางส่วนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนายนรินทร์ ตรียงค์ และนางถิรดา ตรียงค์ ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นญาติกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายสิขเรศ เพ็ชรเล็ก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีรายชื่อเป็นบุคคลภายนอกผู้ปฏิบัติงานอนุรักษ์และป้องกันรักษาป่าประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง – แหลมขาม ไม่มีการลงชื่อในการปฏิบัติงานและไม่เคยเข้าไปปฏิบัติงานที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง - แหลมขาม อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง -แหลมขาม รู้จักหรือเคยพบเห็นว่าเข้าไปปฏิบัติงานแต่อย่างใด

เมื่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 ได้โอนเงินค่าตอบแทนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชีนายสิขเรศ เพ็ชรเล็ก ปรากฏว่าได้มีการโอนเงินค่าตอบแทนจากบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าวบางส่วนไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนางถิรดา ตรียงค์ ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นญาติกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 จำนวนเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่มีการเบิกจ่ายไปเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลดังกล่าว ทั้ง 7 ราย ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 -2561 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,431,600 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 42/2568 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 พิจารณาแล้ว มีมติ ดังนี้

นายนรินทร์ ตรียงค์ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1) มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157มาตรา 161 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 82 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4)

นางถิรดา ตรียงค์ หรือนางถิรดา เพ็ชรเล็ก (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2) มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 161 และมาตรา 162 (1)และ (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1(ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 24 (2) และ (8)

นางสาวกรวิภา เพ็ชรเล็ก (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3) นางสาวกีรยาพร ชูมนต์ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4) นางปรภัทรศฐิญา มงคลศิริเจริญ (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5) และนายสิขเรศ เพ็ชรเล็ก (ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6) มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา151 มาตรา 157 มาตรา 161 และมาตรา 162 (1) และ (4)ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1(ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172)ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 - 6 และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหา ที่ 1 และ 2ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

อย่างไรก็ดี การชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลได้อีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริตดัง
ป.ป.ช.ฟันอดีตหน.เขตห้ามล่า-เมีย
จ้างงานทิพย์
ใช้ชื่อญาติฮุบงบ 3.4 ล.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำพิพากษายกฟ้องคดีรถส่วนกลาง ยังรับฟังไม่ได้ว่าทุจริต 'อานนท์' รอด
เปิดคำพิพากษายกฟ้องคดีรถส่วนกลาง ยังรับฟังไม่ได้ว่าทุจริต 'อานนท์' รอด