เผยความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สาธิต แป้นใจเย็น' อดีตพนง.ไปรษณีย์กาญจนบุรี ทุจริตเบียดบังเงินรับฝาก ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษ จำคุก 10 ปี 30 เดือน ปรับ 5 พัน หลังรับสารภาพ ได้รอลงอาญา 2 ปี - ป.ป.ช.ขอ อสส.อุทธรณ์สู้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสาธิต แป้นใจเย็น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานไปรษณีย์ 6 ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานไปรษณีย์เขต 7 ทุจริตเบียดบังเงินจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้บริการตัวแทนสถาบันการเงิน (Bank@Post) และให้บริการรับฝากไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 , 5 และ 11 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นายสาธิต แป้นใจเย็น จำเลย มีความผิดตามกฏหมาย
ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับ 2,000 บาท
จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท
รวมจำคุก 10 ปี 30 เดือน และปรับ 5,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน แต่ละกระทงความผิดไม่เกิน 5 ปี ถูกไล่ออกจากงานไปแล้ว ให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี
โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 มีมติเห็นชอบขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ
สำหรับพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 ระบุว่า ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อทําจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือจําคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.




