ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'นภาภรณ์ ทองมี' อดีตจนท.บัญชีฯ อบต.ตลิ่งชัน อยุธยา ทุจริตเบิกจ่ายเงินโดยไม่มีฎีกา ล่าสุดศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษจำคุก 270 ปี รับสารภาพเหลือ 135 ปี แต่ติดจริง 50 ปี หลังก่อนหน้านี้ โดนชี้มูลร่ำรวยผิดปกติกว่า 2 ล้านบาทด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหาอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับพวก เบิกจ่ายเงินโดยไม่มีฎีกาเบิกจ่ายและเอกสารหลักฐานประกอบฎีกา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 90 และ 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นางสาวนภาภรณ์ ทองมี อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชีปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนการคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจำเลยเพียงรายเดียว
ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่มีคำพิพากษาลงโทษ นางสาวนภาภรณ์ ทองมี รวม 54 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี เป็นจำคุก 270 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษเหลือ 135 ปี แต่ติดจริง 50 ปี และให้คืนเงินจำนวน 1,273,625 บาท
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.
สำหรับ นางสาวนภาภรณ์ ทองมี นั้น ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ปรากฏข่าวถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นางสาวนภาภรณ์ ทองมี ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ เป็นเงินจำนวน 2,104,616.87 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2550 – 2552 ขณะนางสาวนภาภรณ์ ทองมีดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าส่วนการคลัง องค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับเงินเดือนจากองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน รวมเป็นเงินจำนวน 550,560 บาท และไม่มีรายได้อื่น แต่มีทรัพย์สินเป็นเงินสดเพิ่มขึ้น จำนวน 1,273,625 บาท และมีรายการฝากเงินเข้าบัญชีเงินฝากของตนเอง จำนวน 3 บัญชี รวมเป็นเงิน 830,991.87 บาท ซึ่งเกินกว่ารายได้ที่ได้รับ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า นางสาวนภาภรณ์ ทองมี ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เป็นเงินทั้งสิ้น 2,104,616.87 บาท
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้ส่งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกภายในหกสิบวัน โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้วแต่กรณี ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




