News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.เร่งตรวจบัญชี 'สุชาดา'รับผิดปกติหลายเรื่อง-ทั้งหุ้นสามี-โรเล็กซ์

ป.ป.ช.เร่งตรวจบัญชี 'สุชาดา'รับผิดปกติหลายเรื่อง-ทั้งหุ้นสามี-โรเล็กซ์

12 ต.ค. 2569 16:22
ผู้ชม 47 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ป.ป.ช. เร่งสอบบัญชีทรัพย์สิน "สุชาดา"เข้าข่ายผิดปกติหลายประเด็น เร่งสอบปมชำระหนี้-รายได้ไม่สัมพันธ์ หวั่นแจ้งเท็จ-ปกปิด เผยพบนาฬิกาหรูโรเล็กซ์ ไม่ยื่น-เร่งตรวจปมหุ้นเว็บพนัน ณ คูราเซา ยันดำเนินคดีหากพบเจตนาปกปิด มีโทษอาญา-จำคุก-ปรับ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการแถลงข่าวสำคัญเกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ซึ่งมีความผิดปกติในเรื่องของทรัพย์สินของสามี และเรื่องการครองนาฬิกาหรูยี่ห้อโรเล็กซ์ โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช นายศักดิ์ชัย จันทน์แสงวัฒนา และ น.ส.วมิรินทร์รัช ชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

นายศักดิ์ชัย จันทน์แสงวัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กล่าวชี้แจงว่า ทาง ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นที่เป็นข่าวเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งเดิมของ น.ส.สุชาดา ในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. อยู่แล้ว กระบวนการตรวจสอบนี้เป็นไปตามระเบียบของ ป.ป.ช. และในปัจจุบัน บัญชีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบนี้ได้เข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า "บัญชีผิดปกติ" ซึ่งบ่งชี้ว่ามีข้อสงสัยและจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

ข้อสังเกตและประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นายศักดิ์ชัย ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นความผิดปกติที่พบ ซึ่งครอบคลุมหลายด้าน ประการแรกคือประเด็นเรื่องของการชำระหนี้ โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้และความสามารถในการชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวให้สาธารณชนได้รับทราบก่อนหน้านี้แล้ว ป.ป.ช. มีความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ที่แจ้งกับสถานะทางการเงินและการชำระหนี้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจน

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังครอบคลุมถึงทรัพย์สินอื่นๆ รวมถึงประเด็นเรื่อง "นาฬิกา" โดยพบว่ามีนาฬิกาบางเรือนที่อาจมีการละเลยหรือลืมยื่นแสดงในบัญชีทรัพย์สิน ซึ่ง ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่าทรัพย์สินเหล่านี้ปรากฏในช่วงเวลาใด และเกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องยื่นบัญชีหรือไม่ เพราะอาจเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างตำแหน่งที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการไม่ยื่นแสดงทรัพย์สินที่ควรจะยื่น ก็จะต้องมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากผู้ยื่นบัญชี

ความผิดปกติที่ ป.ป.ช. สงสัยนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องรายได้และหนี้สิน แต่ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สิน โดยสามารถสรุปความผิดปกติได้ตั้งแต่การที่ทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่ระบุ การยื่นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินบางรายการ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการสืบสวนเชิงลึกต่อไป ประเด็นเหล่านี้ยังรวมถึงทรัพย์สินของคู่สมรสของผู้ยื่นด้วยเช่นกัน ตามหลักการที่ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีจะต้องแสดงทรัพย์สินของคู่สมรสด้วย

นายศักดิ์ชัยยังกล่าวถึงประเด็นเพิ่มเติมที่ซับซ้อน เช่น การมีหุ้นจำนวนมากของคู่สมรส การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) และความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์การพนัน ซึ่งบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับระบบที่อยู่นอกประเทศไทย ทำให้การตรวจสอบต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นและต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ อย่างเช่น กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าคู่สมรสมีหุ้นส่วนอยู่ในเว็บไซต์การพนันที่คูราเซา ซึ่งเป็นข้อมูลที่ ป.ป.ช. จะต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและดูว่ามีการยื่นแสดงหุ้นส่วนเหล่านี้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ และมีเอกสารประกอบที่แสดงแหล่งที่มาของทรัพย์สินชัดเจนเพียงใด

ขั้นตอนการตรวจสอบและหลักการดำเนินงานของ ป.ป.ช.

นายศักดิ์ชัย ได้อธิบายถึงกระบวนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. ซึ่งเดิมมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจปกติ การตรวจยืนยัน และการตรวจเชิงลึก แต่ปัจจุบันได้รวมการตรวจยืนยันและตรวจเชิงลึกเข้าด้วยกันเป็นเรื่องเดียวกัน สำหรับ "บัญชีปกติ" คือบัญชีที่ตรวจสอบแล้วภายใน 60 วัน และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แต่หากพ้น 60 วันไปแล้ว หรือมีเหตุที่ต้องสงสัยและจำเป็นต้องลงไปตรวจสอบต่อเพื่อยืนยันว่าทรัพย์สินนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ อย่างไร จะถือว่าเป็น "บัญชีผิดปกติ" หรือ "บัญชีที่ไม่อยู่ในสภาพปกติ" อย่างไรก็ตาม การอยู่ในสถานะ "บัญชีผิดปกติ" นี้ ยังไม่ถือว่าเป็นการยื่นเท็จหรือปกปิดข้อมูล ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอีกหลายขั้นตอนกว่าจะสรุปได้

ในกระบวนการนี้ ผู้ยื่นบัญชีมีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช. จะต้องรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ยื่นก่อน จากนั้นจึงจะดำเนินการไต่สวนเพื่อยืนยันข้อสงสัยต่างๆ และหากพบว่าคำชี้แจงไม่สมเหตุสมผลหรือไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานได้ ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป และเมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่คล้ายคลึงกับการไต่สวนคดีทุจริตทั่วไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเป็นกระบวนการที่มีกรอบระยะเวลาตามระเบียบที่ชัดเจน โดยมีระยะเวลาในการตรวจสอบเบื้องต้น และหากพบข้อสงสัยก็จะมีการขยายระยะเวลาในการตรวจสอบเชิงลึกออกไป ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้จากกิจกรรมที่อาจไม่ชัดเจน เช่น การพนัน และต้องพิจารณากรอบกฎหมายว่า การได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และอยู่ในระหว่างที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ หากได้มาซึ่งทรัพย์สินก่อนที่จะมีหน้าที่ยื่นบัญชี ป.ป.ช. ก็จะไม่มีอำนาจในการตรวจสอบในส่วนนั้น

ผลที่ตามมาทางกฎหมายและการสร้างความเชื่อมั่น

หากผลการตรวจสอบในท้ายที่สุดพบว่ามีการจงใจปกปิด หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ผู้ถูกกล่าวหาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทางอาญาคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่สำคัญสำหรับการละเมิดหลักการความโปร่งใสของนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ

นายเกียรติศักดิ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของการกำหนดให้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน คือเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้บริหารระดับสูงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนเข้ารับตำแหน่ง และเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ โดยเฉพาะในตำแหน่งที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินสู่สาธารณะ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สุชาดา ชาง แทนทรัพย์

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.แจงปล่อย 3 ผู้ต้องหาโกงสอบฯ ตาม กม.-พ.ย.นี้แจ้งข้อหาบิํก สถ.
ป.ป.ช.แจงปล่อย 3 ผู้ต้องหาโกงสอบฯ ตาม กม.-พ.ย.นี้แจ้งข้อหาบิํก สถ.