ย้อนดูทรัพย์สิน 'แพทองธาร ชินวัตร' กรณีพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 1 ก.ค. 2568 ทรัพย์สิน 1.1 หมื่นล้าน-เงินลงทุน 8.3 พันล.-หนี้ตั๋ว P/N 4.4 พันล.อยู่ครบ-ก่อนจ่ายภาษีรับให้ 200 ล. กรณีออกตั๋ว P/N ซื้อหุ้นจากครอบครัว
สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานข่าวไปแล้วว่าเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรเปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยินยอมจ่ายภาษีการรับให้ (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บจากทรัพย์สินซึ่งได้รับโดยเสน่หา) เป็นเงินกว่า 200 ล้านบาทแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋ว P/N (Promissory Note) แบบครบกำหนดเมื่อทวงถามและไม่มีอัตราดอกเบี้ย 9 ฉบับ เพื่อชำระค่าหุ้น 9 บริษัทให้กับเครือญาติ 5 คน ได้แก่
1.คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์(มารดา) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 เป็นเงิน 136,517,701.60 บาท ชำระค่าหุ้น บริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด
2.นายพานทองแท้ ชินวัตร(พี่ชาย) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 เป็นเงิน 335,420,541 บาท ชำระค่าหุ้น บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
3.นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (พี่สาว) 4 ฉบับ ลงวันที่ 8 กันยายน 2559 รวมเป็นเงิน 2,388,724,095.42 บาท ชำระค่าหุ้นบริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด ,บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด,บริษัท เอสซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด และ บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด
4.นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (ลุง) จำนวน 2 ฉบับ ลงวันที่ 9 มกราคม 2566 และวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 รวมเป็นเงิน 1,315,460,000 บาท ชำระค่าหุ้น บริษัท โอเอ ไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด และ บริษัท บี.บี.ดี. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
5.นางบุษบา ดามาพงศ์ (ป้าสะใภ้) จำนวน 1 ฉบับ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เป็นเงิน 258,400,000 บาท ชำระค่าหุ้น บริษัท บี.บี.ดี. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

อิ๊งค์ย่องจ่ายภาษีรับให้200ล้านหลังใช้ตั๋วP/N4.4พันล.ซื้อหุ้นแม่-พี่
มาย้อนดูทรัพย์สิน 'แพทองธาร' ก่อนชำระภาษี มีรายละเอียด ดังนี้
ก่อนหน้าสำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ราย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568
นางสาวแพทองธาร นายปิฎก สุขสวัสดิ์ ผู้อยู่กินฉันสามีภริยาตามที่ ป.ป.ช. กำหนด และบุตรที่ยังม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 11,321,646,719 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 4,441,159,711 บาท
นางสาวแพทองธาร แจ้งมีทรัพย์สิน 11,234,769,810 บาท ประกอบด้วย เงินสด 7,237,696 บาท เงินฝาก 1,060,535,410 บาท เงินลงทุน 14 รายการ รวมมูลค่า 8,347,745,540 บาท เงินให้กู้ยืม แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร 15,238,714 บาท ที่ดิน 12 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ เพชรบุรี และ Yoichi-gun ประเทศญี่ปุ่น รวมมูลค่า 724,922,982 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี และเพชรบุรี รวมมูลค่า 168,615,386 บาท ยานพาหนะ รถยนต์ 23 คัน รวมมูลค่า 66,770,000 บาท สิทธิและสัมปทาน ได้แก่ สิทธิการเช่าแฟลตใน London สหราชอาณาจักร สมาคมราชกรีฑาสโมสร สมาชิกสามัญ และกรมธรรม์ประกันภัย 2 รายการ รวมมูลค่า 425,022,830 บาท ทรัพย์สินอื่น 418,681,250 บาท
แจ้งมีหนี้สิน 4,439,980,600 บาท ประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชี 5,458,262 บาท หนี้สินอื่น ได้แก่ สัญญากู้ยืมเงินจากนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ 4 รายการ จากนายพานทองแท้ ชินวัตร 1 รายการ จากนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 2 รายการ จากนางบุษบา ดามาพงศ์ 1 รายการ และจากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ 1 รายการ รวมทั้งหมด 9 รายการ รวมมูลค่า 4,434,522,338 บาท
นายปิฎก แจ้งมีทรัพย์สิน 86,746,214 บาท ประกอบด้วย เงินสด 3,424,263 บาท เงินฝาก 8,965,374 บาท เงินลงทุน 12,466,031 บาท (ในหน้ารายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน ระบุ 12,467,132 บาท)เงินให้กู้ยืมแก่บจ.วินน์ แคปปิตอล 8 สัญญา รวมมูลค่า 12,770,000 บาท ที่ดิน 4 แปลงในจังหวัดกรุงเทพฯ และ Yoichi-gun ประเทศญี่ปุ่น รวมมูลค่า 32,198,216 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 หลังในจังหวัดกรุงเทพฯ รวมมูลค่า 8,273,784 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,728,545 บาท ทรัพย์สินอื่น 6,920,000 บาท (ในหน้ารายละเอียดประกอบรายการทรัพย์สินอื่นระบุ 69,200,000 บาท)
แจ้งมีหนี้สิน 1,179,110 บาท ทั้งหมดเป็นเงินเบิกเกินบัญชี
บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สิน 130,693 บาท ทั้งหมดเป็นสิทธิและสัมปทาน
นางสาวแพทองธาร แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 208,879,130 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส 879,130 บาท เงินปันผล 205,000,000 บาท ดอกเบี้ย 2,000,000 บาท ค่าเช่า 1,000,000 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 58,220,000 บาท
นายปิฎก แจ้งมีรายได้ต่อปีโดยประมาณ 4,909,100 บาท ประกอบด้วย เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส 3,746,000 บาท เงินปันผล 600,000 บาท ดอกเบี้ย 383,100 บาท ผลประโยชน์/ขายโทเคน 180,000 บาท แจ้งมีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 3,668,846 บาท
@ ศาลรธน.สั่งพ้นนายกฯ เซ่นคลิป 'ฮุนเซน'-'วิโรจน์' อภิปรายตั๋ว P/N อาจเป็นนิติกรรมอำพราง
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี กรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา
ต่อมาวันที่ 29 ส.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกรณีข้างต้น โดยมีมติให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นตำแหน่งทั้งคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รายนางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้อภิปรายตอนหนึ่งถึงกรณีการโอนหุ้นของ นางสาวแพทองธาร และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินมีหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note : ตั๋ว P/N) มูลค่า 4,434,522,338 บาท ของนางสาวแพทองธารว่าว่าอาจเข้าข่ายเป็นนิติกรรมอำพราง
ต่อมาวันที่ 28 มี.ค. 2568 นายวิโรจน์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร ให้ตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร เพื่อตรวจสอบในกรณีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมสรรพากร
@ สื่อเคยรายงานรายละเอียดตั๋ว P/N ระบุออกเพื่อชำระค่าหุ้น
นอกจากนี้ยังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดตั๋วสัญญาใช้เงินของนางสาวแพทองธาร ในช่วงเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2567 โดยทุกฉบับระบุว่า จะชำระเงินเมื่อทวงถามโดยไม่มีดอกเบี้ย และในหมายเหตุของตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 9 ฉบับ ระบุว่า ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับนี้ เพื่อชำระค่าหุ้นบริษัท
อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ยังคงมีข้อสังเกตอยู่ว่า หากนางสาวแพทองธารได้รับหุ้นจากการให้โดยเสน่หา แล้วมีความจำเป็นใดที่ต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงิน?
เหล่านี้เป็นข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของนางสาวแพทองธาร ล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมสำนักข่าว Next News จะมารายงานให้ทราบต่อไป




