News Logo
หน้าแรก
เปิดคำพิพากษา 'วระ' ยื่นบัญชีเท็จ-อ้างได้รางวัล ITA ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

เปิดคำพิพากษา 'วระ' ยื่นบัญชีเท็จ-อ้างได้รางวัล ITA ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

4 ก.ย. 2569 15:47
ผู้ชม 7 คน

"...การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ปรากฏว่าเข้าไปมีส่วนทุจริตโครงการ หรือได้รับรางวัลจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) 3 ปีติดต่อกัน ก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีเงินฝากทั้งสองรายการเช่นกัน..."

สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่าเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า นายวระ คำรอด สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางระจัน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีพ้นจากตำแหน่ง

ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบางระจัน นับแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตาม มาตรา 81  วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167  องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท  ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี

ข่าวปกติ นอน (41)

คุก 3 เดือน-ให้รอลงโทษ สท.เมืองบางระจัน จ.สิงห์บุรี จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ

ผู้สื่อข่าวเรียบเรียงรายละเอียดคำพิพากษาคดีนี้มารอยงานให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน มีรายละเอียด ดังนี้

คดีหมายเลขดำที่ อม. 25/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 19/2569 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 13 เดือน สิงหาคม พุทธศักราช 2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง นายวระ คำรอด ผู้ถูกกล่าวหา

เรื่อง การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

@ ป.ป.ช. ร้อง 'วระ' ซุกบัญชีเงินฝาก 2 ธนาคาร กรณีพ้นตำแหน่ง

สรุปคำร้อง : ผู้ร้องร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางระจัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 และได้ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งต่อสภาเทศบาลเมืองบางระจันเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้องเมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 ผู้ถูกกล่าวหา ไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน 2 รายการ ได้แก่

-บัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาบางระจัน เลขที่บัญชี 335-2-xxxxx-x ชื่อบัญชีนายวระ คำรอด จำนวน 556.30 บาท

-บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสิงห์บุรี เลขที่บัญชี 104-1-xxxxx-x ชื่อบัญชีนายวระ คำรอด จำนวน 2,000,847.44 บาท

ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบางระจัน และหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งรับคำร้อง ขอให้วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่ง และให้พ้นจากตำแหน่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กับลงโทษตามกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

@ เปิดพฤติการณ์เส้นทางการเงินผ่านบัญชีเงินฝาก 2 ธนาคารที่ปกปิดไว้

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามทางไต่สวน พฤติการณ์แวดล้อม และรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากทั้งสองรายการของผู้ถูกกล่าวหา ดังนี้

-พฤติการณ์เกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 335-2-xxxxx-x

มีรายการฝากและถอนเงินอย่างต่อเนื่องด้วยยอดเงินที่มีนัยสำคัญตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางระจันถึงวันพ้นจากตำแหน่ง จากการพิจารณาเฉพาะรายการธุรกรรมตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป มียอดเงินนำฝากรวมถึง 442,794,986.09 บาท และมีการถอนเงินออกรวม 440,475,524 บาท ซึ่งถือเป็นยอดเงินจำนวนที่สูงมาก

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง และมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ผู้ถูกกล่าวหาได้ถอนเงินโดยการโอนเงินเพื่อเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 335-2-16688-1 ชื่อบัญชีนายพิชิตร์ เจริญฉิม จำนวน 1,000,000 บาท ทำให้มียอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากเพียง 556.30 บาท

ระหว่างดำรงตำแหน่ง บัญชีนี้มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หลายครั้งสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2563 มีเงินในบัญชี 1,038,441.67 บาท และระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 มียอดรับโอนเงินระหว่าง 100,000 บาท ถึง 500,000 บาท หลายครั้ง และเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 มียอดโอนเงิน 1,000,000 บาท และยังมียอดโอนเงินระหว่าง 20,000 บาท ถึง 30,000 บาท อีกหลายครั้งเช่นกัน

หลังจากผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งแล้ว ระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ยังปรากฏรายการรับและโอนเงินจำนวนหลักแสนบาทอีกหลายครั้ง โดยมียอดเงิน ณ วันที่ 12 มีนาคม 2564 เป็นเงิน 1,176,795.37 บาท และระหว่างวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2564 ยังมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีอยู่อย่างสม่ำเสมอแทบทุกวัน มีการรับและโอนเงินตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนถึงหลักล้านบาท แสดงให้เห็นว่ามีการใช้บัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นประจำ

พฤติการณ์ที่ผู้ถูกกล่าวหาโอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวให้แก่นายพิชิตร์ เจริญฉิม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเป็นวันที่พ้นจากตำแหน่ง จนมียอดเงินในบัญชีเหลือเพียง 556.30 บาท ยิ่งบ่งชี้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาปกปิดบัญชีเงินฝากนี้

-พฤติการณ์เกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 104-1-xxxxx-x

มียอดเงินคงเหลือในบัญชีสูงถึงร้อยละ 21.10 ของรายการทรัพย์สินทั้งหมดกรณีพ้นจากตำแหน่ง และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างทรัพย์สินในกรณีพ้นจากตำแหน่งกับกรณีเข้ารับตำแหน่งมีการเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินเพิ่มขึ้น มีการเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 ถึงเดือนกันยายน 2564 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง โดยมีการรับโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 304-2-xxxxx-x ชื่อบัญชีนายวระ คำรอด (ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาแสดงบัญชีนี้ไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน) จำนวน 500,000 บาท, 170,000 บาท, 100,000 บาท, 100,000 บาท และ 50,000 บาท ตามลำดับ

มีการรับโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 335-2-xxxxxx-x จำนวน 500,000 บาท, 50,000 บาท, 60,000 บาท, 110,000 บาท และ 45,000 บาท ตามลำดับ

ยอดโอนเงินและรับเงินมีจำนวนรวมสูงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นการโอนเงินระหว่างบัญชีเงินฝากของผู้ถูกกล่าวหาเองด้วย ทั้งเงินในบัญชียังมีจำนวนมากถึง 2,000,887.44 บาท เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาทราบที่มาและความมีอยู่ของบัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 มีการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ ไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 335-2-xxxxx-x ซึ่งเป็นบัญชีของนายพิชิตร์ เจริญฉิม เป็นเงิน 500,000 บาท โดยนายพิชิตร์ให้ถ้อยคำว่า ผู้ถูกกล่าวหาชำระหนี้กู้ยืมให้แก่นายพิชิตร์ 1,000,000 บาท ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 335-2-xxxxx-x ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ใช้บัญชีเงินฝากกรุงศรีอยุธยาฯ เพื่อการอื่นซึ่งเป็นกิจส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหาด้วย

การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีเงินฝากทั้งสองรายการ ย่อมเป็นเหตุทำให้ผู้ร้องไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินซึ่งมีการเคลื่อนไหวทางบัญชีเป็นเงินจำนวนมากได้ ทำให้ผลการตรวจสอบคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ทั้งยังแสดงให้เห็นเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาที่จงใจปกปิดที่มาแห่งทรัพย์สินและหนี้สินด้วย

นอกจากนี้ การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ปรากฏว่าเข้าไปมีส่วนทุจริตโครงการ หรือได้รับรางวัลจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) 3 ปีติดต่อกัน ก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเจตนาปกปิดบัญชีเงินฝากทั้งสองรายการเช่นกัน

@ จำคุก 3 เดือน-ปรับ 10,000 บาท-รอลงโทษ 1 ปี

พิพากษาว่า นายวระ คำรอด ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางระจัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)

ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบางระจัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี นับแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามมาตรา 81 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167

องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมาก ให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

แท็กที่เกี่ยวข้อง
บัญชีทรัพย์สิน
จงใจยื่นบัญชีเท็จ
จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ
บางระจัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั่งจำคุก 1 ปี 12 ด. อดีตผู้พิพากษาพันคดีก๊วนรุกที่ภูเก็ตเรียก 400 ล.
สั่งจำคุก 1 ปี 12 ด. อดีตผู้พิพากษาพันคดีก๊วนรุกที่ภูเก็ตเรียก 400 ล.