News Logo
หน้าแรก
ไส้ในคดีอดีตผู้ว่าฯ4จว.รวยผิดปกติ เงินสด70ล.อ้างค่านายหน้าขายที่ตาบอด?

ไส้ในคดีอดีตผู้ว่าฯ4จว.รวยผิดปกติ เงินสด70ล.อ้างค่านายหน้าขายที่ตาบอด?

18 มี.ค. 2569 13:14
ผู้ชม 550 คน

"...การชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อนางวิภาดา ว่าได้รับค่านายหน้าเป็นเงินสดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 70,000,000 บาท ซึ่งมีการแบ่งชำระจำนวน 34 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 10 ปี จากนายวรยุกต์ และได้นำเงินค่านายหน้าดังกล่าวไปลงทุนซื้อทรัพย์สินรายการต่าง ๆ จึงเป็นคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย และเป็นการผิดปกติวิสัยของวิญญูชนทั่วไปที่จะทำข้อตกลงรับเงินค่านายหน้าเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี..."

กรณีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นครศรีธรรมราช พังงา และสตูล ในกรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่สุจริต รวมมูลค่าทั้งสิ้น 321,670,858.30 บาท

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวไปแล้ว เกี่ยวกับรายละเอียดทรัพย์สินที่ถูกชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ มีดังนี้

1. เงินฝากธนาคาร ในชื่อบัญชีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 1,488,514.80 บาท

2.เงินฝากธนาคาร ในชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 13 บัญชี รวมเป็นเงิน 260,846,734.80 บาท

3. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในชื่อของคู่สมรส จำนวน 22 รายการ รวมมูลค่า 47,445,608.70 บาท

4. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำนวน 1 รายการ มูลค่า 5,690,000 บาท (รวมค่าตกแต่งและอุปกรณ์)

5. รถยนต์ ในชื่อของคู่สมรส จำนวน 6 คัน รวมมูลค่า 6,200,000 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา มีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย ซึ่งสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ โดยป.ป.ช. จะส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติรวมมูลค่ากว่า 321 ล้านบาทนี้ ตกเป็นของแผ่นดิน

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุดผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน



ป.ป.ช.ชี้มูล อดีตผู้ว่าฯภูเก็ตรวยผิดปกติ 321 ล.-เจอบัญชีเมีย 260 ล้าน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า ในการไต่สวนคดีนี้ มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเงินสดจำนวน 70 ล้านบาท ที่ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา และนางวิภาดา ทิพญพงศ์ธาดา คู่สมรส อ้างว่าเป็นค่านายหน้าที่ได้รับมาจากการขายที่ดิน ซึ่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาส่วนนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างขึ้นโดยเลื่อนลอยปราศจากเอกสารหลักฐานอันน่าเชื่อถือ เห็นสมควรให้ยึดทรัพย์จำนวนนี้ ตกเป็นของแผ่นดิน

มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ในการไต่สวนข้อมูล ป.ป.ช. พบว่า ค่านายหน้าที่ดินดังกล่าว มีจำนวนมากถึง 70,000,000 บาท เมื่อเทียบกับราคาขายที่ดิน ซึ่งเจ้าของที่ดินได้รับจำนวน 90,000,000 บาท เมื่อแบ่งกันในระหว่างผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินทุกคนที่เป็นฝ่ายผู้ขายแล้วปรากฏว่า ได้รับเงินค่าที่ดินคนละประมาณ 5,300,000 บาท

แม้นายกิตติเทพ (สงวนนามสกุล) ฝ่ายผู้ชาย จะให้ถ้อยคำยืนยันการให้ค่านายหน้าดังกล่าว แต่ก็ปรากฏพยานหลักฐานการชำระเงินเพียงบันทึกที่ได้จดไว้ด้วยลายมือของนายกิตติเทพ เท่านั้น

ย่อมเป็นการผิดวิสัยของวิญญูชนทั่วไปที่เมื่อต้องชำระเงินที่มีจำนวนมากจะต้องจัดทำเอกสารหลักฐานเก็บไว้เพื่อใช้พิสูจน์ถึงการชำระเงิน และหลีกเลี่ยงการชำระด้วยเงินสดที่ไม่สะดวก ปลอดภัยในการถือ และไม่มีหลักฐานเมื่อส่งมอบ เช่นเดียวกับที่นางวิภาดา คู่สมรสของนายจำเริญ อ้างในทำนองว่าต้องทำหนังสือสัญญานายหน้าขายที่ดินฉบับลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 เพื่อใช้เป็นหลักประกันการได้รับเงิน

จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา

จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา

อีกทั้งเป็นการผิดวิสัยของการร่วมลงทุนกันระหว่างนายจำเริญ กับ นางวิภาดา ที่ไม่มีการแบ่งค่านายหน้าที่มีจำนวนมากถึง 70,000,000 บาท แต่กลับตกลงให้นางวิภาดา ซึ่งขณะนั้นไม่ได้มีสถานะเป็นคู่สมรสตามกฎหมายได้รับเงินแต่เพียงผู้เดียว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในประเด็นนี้ พยานฝ่ายผู้ขายได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องกัน โดยไม่พบว่านางวิภาดาเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งในขั้นตอนการติดต่อ การนำผู้ซื้อที่ดินไปตรวจสอบสถานที่ และการร่วมเดินทางไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต

อีกทั้ง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 82XX เลขที่ดิน XX ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งคำให้การพยานทั้งฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายรับฟังเป็นที่ยุติแล้วว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่สามารถขับรถยนต์ผ่านเข้าไปถึงยังที่ดินได้ตั้งแต่แรก จึงต้องอาศัยการเดินทางผ่านที่ดินของบุคคลอื่น ซึ่งปัจจุบันที่ดินบุคคลอื่นดังกล่าวได้สร้างเป็นหมู่บ้าน "เทพบรี" เป็นเหตุให้นายกิตติเทพ ต้องซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในหมู่บ้านเทพบรี บ้านเลขที่ 15/XXX ซึ่งเป็นบ้านหลังที่อยู่ติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 82XX เพื่อใช้เป็นทางผ่านเข้า-ออกไปยังที่ดิน

ข้อเท็จจริงจึงย้อนแย้งกับถ้อยคำของนางวิภาดา ที่ให้ถ้อยคำอ้างว่าขณะร่วมเดินทางพานายวรยุกต์ไปดูที่ดินสามารถขับรถยนต์เข้าไปถึงที่ดินแปลงนี้ได้ ที่ดินมีถนนผ่านเข้าออกและไม่มีลักษณะเป็นที่ดินตาบอด

ดังนั้น เมื่อค่านายหน้าดังกล่าวไม่ปรากฏพยานหลักฐานการชำระเงินจากฝ่ายผู้ซื้อ และหลักฐานการรับชำระเงินจากฝ่ายผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือ

ไม่ปรากฏหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่มีพยานบุคคลใดรู้เห็นและร่วมเดินทางไปกับนายวรยุกต์ ในการส่งมอบเงินค่านายหน้าให้กับนายจำเริญ และนางวิภาดา ในแต่ละครั้งตามคำให้การของนายกิตติเทพ ประกอบกับนายวรยุกต์ บุคคลซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ชำระเงินค่านายหน้าปัจจุบันก็ได้เสียชีวิตแล้ว

การชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อนางวิภาดา ว่าได้รับค่านายหน้าเป็นเงินสดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 70,000,000 บาท ซึ่งมีการแบ่งชำระจำนวน 34 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 10 ปี จากนายวรยุกต์ และได้นำเงินค่านายหน้าดังกล่าวไปลงทุนซื้อทรัพย์สินรายการต่าง ๆ จึงเป็นคำกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย และเป็นการผิดปกติวิสัยของวิญญูชนทั่วไปที่จะทำข้อตกลงรับเงินค่านายหน้าเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาส่วนนี้จึงเป็นการกล่าวอ้างขึ้นโดยเลื่อนลอยปราศจากเอกสารหลักฐานอันน่าเชื่อถือ เพียงเพื่อให้ปรากฏแหล่งรายได้ที่จะสอดรับกับการซื้อทรัพย์สินในแต่ละรายการซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างนายจำเริญ และนางวิภาดา คบหาอยู่กินกันเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2548 และมีบุตรร่วมกัน คือ เด็กชาย อ. เกิดเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2553

เมื่อไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับรายได้จากการประกอบอาชีพนายหน้าซื้อขายที่ดินตามข้อมูลการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนางวิภาดา

ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างที่นายจำเริญ และนางวิภาดา มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันซึ่งอยู่ในชื่อนางวิภาดา จึงมีเหตุให้เชื่อว่าเป็นทรัพย์สินของนายจำเริญ ที่ได้มา ขณะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ

การกล่าวอ้างเงินรายได้ค่านายหน้าที่ได้รับจากนายวรยุกต์ จึงไม่อาจรับฟังได้

**************

สำหรับคดีนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาผลการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเปรียบเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปรากฏว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้

โดยทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ สลากออมสิน ที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างและยานพาหนะ ในชื่อนางสาววิภาดา พิศดู หรือ นางวิภาดา ทิพญพงศ์ธาดา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ที่ให้บุคคลอื่นถือครองไว้แทน จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ร่ำรวยผิดปกติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 113 ประกอบมาตรา 28 (2) และ มาตรา 115 มีมติรับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวนเบื้องต้นตาม มาตรา 50

ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาผลการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินนายจำเริญ ทิพญูพงศ์ธาดา กรณีพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอื่นๆ แล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นปกติเช่นกัน ก่อนที่ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงจะพบว่า นายจำเริญ ซึ่งขณะดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐ มีทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ พร้อมส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็น ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติรวมมูลค่ากว่า 321 ล้านบาทนี้ ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว

ส่วนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทรัพย์สินอื่น ๆ สำนักข่าว Next News จะติดตามมานำเสนอต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ร่ำรวยผิดปกติ
จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน
เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน