News Logo
หน้าแรก
ย้อนข้อมูล เบน สมิธ! นายหน้าขายเครื่องบินลำละ 800 ล. ให้ 'สุริยะ'

ย้อนข้อมูล เบน สมิธ! นายหน้าขายเครื่องบินลำละ 800 ล. ให้ 'สุริยะ'

6 ก.พ. 2569 11:51
ผู้ชม 240 คน

"...โฟกัสข้อมูลในส่วนการเป็นหน้านายขายเครื่องบิน ของ นายเบน สมิธ ที่ผ่าน มีข่าวปรากฏว่า เขาขายเครื่องบินให้กับนักการเมืองไทยหลายคน รวมถึง นายทักษิณ ชินวัตร แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าขายจริงหรือไม่ ขายไปให้ใครบ้าง ดังนั้น กรณีเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 นายสุริยะ นับเป็นนักการเมืองไทยคนแรก ที่ออกมารับยอมว่าซื้อเครื่องบินจาก นายเบน สมิธ จริง ..."

กรณีเพจ CSI LA ออกมาเปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ชื่อย่อ big ส. ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนาย Benjamin Mauerberger (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ที่ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์เกี่ยวกับคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเครื่องบินลำนี้มูลค่าจริงราว 800 ล้านบาท ผ่อนดือนละ 100 ล้าน แต่กลับแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้หลายภาคส่วนเข้ามาช่วยติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ นั้น

เบื้องต้น สำนักข่าว Next News ได้เข้าทำการติดตามตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกไปแล้ว โดยได้รับคำชี้แจงเป็นทางการ จาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 ว่า

1.เครื่องบินมีมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาทจริง ตามที่เป็นข่าว แต่นายสุริยะ ถือครองสัดส่วนเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท รายละเอียดการถือครองทรัพย์สินส่วนนี้ ได้ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ไปแล้ว ซึ่งระบุถึงมูลค่าที่ในส่วนที่ผมถือครองว่ามีมูลค่า 30 ล้านบาทอย่างชัดเจน ในส่วนของผู้ถือครองเครื่องบินส่วนที่เหลือเป็นญาติพี่น้องและมีชื่อของนายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมอยู่ด้วย

2.นายสุริยะ ยังยอมรับว่า รู้จักนายเบน สมิธ จริง แต่ในฐานะผู้ที่เข้ามาขายเครื่องบินให้เท่านั้น ไม่ได้มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

'สุริยะ'ยอมรับซื้อเครื่องบิน'เบน สมิธ'แจ้งบัญชีฯ30 ล.ถือครองกับพี่น้อง

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นายเบน สมิธ เป็นใครมาจากไหน?

สำนักข่าว Next News รวบรวมข้อมูลมานำเสนอ ณ ที่นี้

หนึ่ง.

นาย Benjamin Mauerberger (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) หรือ “เบน สมิธ” เป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติ ปัจจุบันถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์เกี่ยวกับคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติรวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท พร้อมกับกลุ่ม นายยิม เลียก นักธุรกิจผู้มั่งคั่งชาวกัมพูชา

สอง.

นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ  ถูกระบุชื่อในบทความ นายทอม ไรต์ สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) และยังเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงการทุจริต เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ "1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด" (1MDB) ที่เผยแพร่ลงบนเว็บไซต์  Whalehunting.projectbrazen.com ว่า บุคคลนี้เป็นนายหน้าขายเครื่องบินส่วนตัวให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในไทย และนายยิม เลียก ประธานกลุ่มบริษัท B.I.C ของกัมพูชาและพันธมิตรของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และยังมีกระแสข่าวว่าเขาเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจคนสำคัญของนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลในประเทศไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร คอยให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ หลายเรื่องต้องผ่านความเห็นของบุคคลคนนี้ 

เบน สมิธ

เบน สมิธ

สาม.

ในช่วงปลายปี 2567-ต้นปี 2568 นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือในชื่อ นายสมิธ เบน ถือสัญชาติกัมพูชา ตามเอกสารหนังสือเดินทางกัมพูชา เลขที่ AAoooXXXX ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564  ได้ยื่นเรื่องขอสละสัญชาติกัมพูชา เพื่อแปลงสัญชาติเป็นไทย แต่ไม่ได้รับอนุญาต (ยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอนุทิน เคยกล่าวอ้างว่า การที่ นายเบน สมิธ ไม่ได้สัญชาติไทย ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ตนเองถูกขับออกจากตำแหน่งรมว.มหาดไทย)

ในการยื่นขอสัญชาติไทยดังกล่าว นายเบน สมิธ แจ้งว่า เกิดที่แอฟริกาใต้ เชื้อชาติบริติช สัญชาติปัจจุบันกัมพูชา  ให้ข้อมูลประกอบการยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติ ว่า  ปัจจุบันมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในกรุงเทพฯ พักอาศัยย่านคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา ประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  มีใบอนุญาตทำงานออกให้เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2567  รายต่อเดือนเกือบหนึ่งแสนบาท มีเงินฝากในบัญชีหลายล้านบาท มีบุตร 3 คน สองคนแรกเกิดจากหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง ส่วนบุตรคนสุดท้อง เกิดจากหญิงสาวชายไทยอีกรายหนึ่ง โดยในการยื่นเรื่องดังกล่าว มีผู้รับรอง 2 คน คือ 1. นางสาว แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา เป็นกรรมการบริษัท เอเพกซี เอคิวตี้ เวนเจอร์ จำกัด 2. นายวราห์ สุจริตกุล ผู้บริหารบริษัท หลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด

ขณะที่ นายเบน สมิธ ยังเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพถ่ายที่นายทอม ไรต์ สื่อมวลชนอิสระ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) อ้างว่าเป็นภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจรจากับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ เมื่อช่วงเดือนเม.ย.2568 ที่ร้านอาหาร Provence ในห้างเกสรพลาซ่า ซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่งรวมวงอยู่ด้วย และต่อมามีการตรวจสอบพบภาพ  เบน สมิธ ไปร่วมกิจกรรมกับ ร.อ.ธรรมนัส อยู่บ่อยครั้ง

ภาพถ่ายนายทักษิณ เจรจากับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เมื่อช่วงเดือน เม.ย.2568 ที่ ร้านอาหาร Provence  ในห้างเกษรพลาซ่า

ภาพถ่ายนายทักษิณ เจรจากับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์เมื่อช่วงเดือน เม.ย.2568 ที่ ร้านอาหาร Provence ในห้างเกษรพลาซ่า

อย่างไรก็ดี ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า นายเบน สมิธ เป็นเพื่อนนักธุรกิจของนายทักษิณ รู้จักกันที่ดูไบ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อประมาณปี 2562  และชักชวนมาลงทุนในไทย  เคยตรวจสอบข้อมูลตำรวจสากล ไม่มีหมายแดง เป็นในคดีทางแพ่ง ซึ่งเคลียร์จบไปหมดแล้ว

สี่.

สำหรับข้อมูล นายเบน สมิธ ในประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะเดินทางมาอยู่ในประเทศไทยและยื่นเรื่องขอสละสัญชาติกัมพูชา เพื่อแปลงสัญชาติเป็นไทย นั้น มีข้อมูลยืนยันว่า ได้รับสัญชาติกัมพูชา ในช่วงปี 2567 นายเบนสมิธ กับ นายยิม เลียก ประธานกรรมการธนาคาร B.I.C ยังได้รับการแต่งตั้ง จากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี​​กษัตริย์กัมพูชาให้ทั้งสองเป็นที่ปรึกษาของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆด้วย

เบน สมิธ และ ยิม เลียก

เบน สมิธ และ ยิม เลียก

ห้า.

โฟกัสข้อมูลในส่วนการเป็นหน้านายขายเครื่องบิน ของ นายเบน สมิธ ที่ผ่าน มีข่าวปรากฏว่า เขาขายเครื่องบินให้กับนักการเมืองไทยหลายคน รวมถึง นายทักษิณ ชินวัตร แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าขายจริงหรือไม่ ขายไปให้ใครบ้าง

ดังนั้น กรณีเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 ลำละ 800 ล้านบาท ที่ปรากฏเป็นข่าว นายสุริยะ นับเป็นนักการเมืองไทยคนแรก ที่ออกมารับยอมตรงๆ ว่าซื้อเครื่องบินจาก นายเบน สมิธ จริง

ส่วนรายละเอียดความเป็นเจ้าของที่นายสุริยะ กล่าวอ้างว่า เครื่องบินลำนี้ราคาเต็ม 800 ล้าน แต่ถือครองสัดส่วนเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท เท่านั้น ส่วนผู้ถือครองเครื่องบินส่วนที่เหลือเป็นญาติพี่น้องและมีชื่อของนายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมอยู่ด้วย

ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่นายสุริยะกล่าวอ้างหรือไม่? เป็นความจริงที่ต้องค้นหากันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เบนสมิธ
เครื่องบินสุริยะ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว