ฝรั่งเศสเผชิญการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศอีกครั้ง สหภาพแรงงานประเมินผู้ร่วมชุมนุมเกือบ 1.6 ล้านคน เรียกร้องขึ้นค่าแรงและเพิ่มงบบริการสาธารณะ ขณะที่รัฐบาลระบุมีผู้ชุมนุม 575,000 คน เกิดเหตุปะทะหลายเมือง จับกุม 448 คน ก่อนรัฐบาลประกาศเตรียมเปิดเจรจากับสหภาพแรงงาน
การประท้วงครั้งใหญ่เกิดขึ้นทั่วฝรั่งเศสในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น สหภาพแรงงานหลายแห่งร่วมกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน จัดการหยุดงานและเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ เพิ่มค่าจ้าง และจัดสรรงบประมาณให้บริการสาธารณะ โดย Reuters รายงานว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคน ครอบคลุมเมืองสำคัญทั่วประเทศ รวมถึงกรุงปารีส ลียง มาร์เซย์ และบอร์โดซ์
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสรายงานยอดผู้ชุมนุมทั่วประเทศ 575,000 คน จากการเคลื่อนไหว 193 จุด ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงปารีสประมาณ 65,000 คน ขณะที่สหภาพแรงงาน CGT ประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมสูงถึง 1,573,000 คน รวมถึง 350,000 คนในกรุงปารีส ซึ่งเป็นยอดการชุมนุมสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการเคลื่อนไหวระลอกใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2569 ตามรายงานของ Le Monde
การเคลื่อนไหวเริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียนมัธยมที่ไม่พอใจสภาพอาคารเรียนทรุดโทรม ห้องเรียนแออัด และปัญหาขาดแคลนครู ก่อนขยายเป็นการประท้วงเกี่ยวกับค่าครองชีพ ค่าจ้าง และการลดงบประมาณภาครัฐ โดยสหภาพแรงงานหลัก ได้แก่ CGT, CFDT, FO, UNSA และ FSU ร่วมระดมสมาชิกจากทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะที่กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองซึ่งเคยเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในอดีตเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ด้วย
ข้อเรียกร้องสำคัญคือการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดย CGT ต้องการให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขณะที่ CFDT เสนอให้เพิ่มอย่างน้อย 100 ยูโรสุทธิต่อเดือน จากอัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันประมาณ 1,478 ยูโรสุทธิต่อเดือน นอกจากนี้ สหภาพแรงงานยังเรียกร้องให้ปรับเพิ่มค่าจ้างในทุกภาคส่วน เพิ่มเงินบำนาญ และจัดเก็บภาษีจากผู้มีความมั่งคั่งสูงและบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนบริการสาธารณะ ตามรายงานของ AFP และ Le Monde
ด้านกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษามากกว่า 10,000 ล้านยูโร จัดสรรเงิน 1,500 ล้านยูโรสำหรับปรับปรุงอาคารเรียน และเพิ่มจำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัยอีก 250,000 ที่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่ามาตรการด้านการศึกษาที่รัฐบาลเสนอมาก่อนหน้านี้ยังไม่เพียงพอต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
การหยุดงานส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง โรงเรียน มหาวิทยาลัย และบริการสาธารณะหลายแห่ง โดย Le Monde รายงานว่า รัฐบาลนับจำนวนโรงเรียนมัธยมที่ถูกปิดกั้นหรือปิดเรียนได้ 81 แห่ง ขณะที่สหภาพครูประเมินว่าได้รับผลกระทบเกือบ 1,000 แห่ง ส่วนสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาประมาณหนึ่งในสามได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังมีการหยุดงานของบุคลากรรถไฟ โรงพยาบาล และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการปิดหอไอเฟลชั่วคราว
ด้านสถานการณ์ความปลอดภัย Reuters รายงานว่า รัฐบาลระดมตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความสงบประมาณ 70,000 นายทั่วประเทศ แม้การชุมนุมส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างสงบ แต่เกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วงในหลายเมือง รวมถึงปารีส ลียง และบอร์โดซ์ โดยตำรวจใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 448 คน และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 53 นาย พร้อมรายงานเหตุทำลายทรัพย์สินและวางเพลิงบางพื้นที่
การประท้วงเกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเผชิญปัญหาการผลักดันร่างงบประมาณปี 2570 หลังรัฐสภาปฏิเสธร่างงบประมาณบางส่วน ขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ใกล้ระดับร้อยละ 120 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ตามรายงานของ The Guardian โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2570 ซึ่งประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งติดต่อกันเป็นสมัยที่สามได้
ล่าสุด AFP รายงานว่า เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศเรียกประชุมร่วมกับสหภาพแรงงานและตัวแทนนายจ้างในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาค่าจ้างและค่าครองชีพ ขณะที่โซฟี บีเนต์ ผู้นำสหภาพ CGT ยืนยันว่าจะเดินหน้าการเคลื่อนไหวต่อไปจนกว่ารัฐบาลและนายจ้างจะตอบสนองข้อเรียกร้องด้านค่าแรง บริการสาธารณะ และสภาพการทำงาน

ภาพโดย ALAIN JOCARD / AFP
อ้างอิง:
Reuters: France protests: What is behind the unrest and what comes next?
BBC: France holds new strikes and protests as unions demand immediate answers
The Guardian: Protesters march in cities across France as unions stage general strike
France 24: France hit by fresh nationwide strikes as workers march for 'dignified wage'
Bloomberg: France Braces for Strikes, Marches as Budget Talks Remain Deadlocked




