News Logo
หน้าแรก
Apple เตือนภัยสปายแวร์ Mercenary ผู้ใช้ iPhone 110 ประเทศเฝ้าระวัง

Apple เตือนภัยสปายแวร์ Mercenary ผู้ใช้ iPhone 110 ประเทศเฝ้าระวัง

17 ส.ค. 2569 11:37
ผู้ชม 56 คน

Apple เตือนภัย iPhone ทั่วโลก รับมือ "สปายแวร์รับจ้าง" ระดับสูง เผยเป้าหมายมีทั้งนักข่าว-นักเคลื่อนไหว-นักการเมืองฝ่ายค้าน แนะเปิดโหมดล็อคดาวน์ หากพบแจ้งเตือน

สำนักข่าว Next News รายงานว่าบริษัท Apple หรือแอปเปิล ได้ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังสปายแวร์ชื่อว่า Mercenary โดยระบุเกี่ยวกับสปายแวร์ตัวนี้ว่าเป็นภัยคุกคามดิจิทัลระดับสูงที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล ซึ่งสปายแวร์ลักษณะนี้มักถูกพัฒนาโดยบริษัทเอกชนเพื่อรับจ้างหน่วยงานรัฐในการสอดแนม โดยปกติแล้วการโจมตีเหล่านี้จะพุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญบางกลุ่มและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไป

โดยวันที่ 13 สิงหาคม 2569  Apple ได้ส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามชุดใหม่ไปยังผู้ใช้งาน iPhone ใน 110 ประเทศ ทำให้ยอดสะสมของประเทศที่ได้รับการแจ้งเตือนสปายแวร์ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2564 ขยับขึ้นเป็นกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การแจ้งเตือนเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่าอุปกรณ์ของพวกเขาอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วย "สปายแวร์รับจ้าง" ซึ่งแตกต่างจากภัยไซเบอร์ทั่วไปที่คนส่วนใหญ่พบเจอ

Mercenary Spyware: ภัยคุกคามระดับสูงที่ต้องเฝ้าระวัง

Apple ระบุว่าสปายแวร์ Mercenary หรือสปายแวร์รับจ้าง ไม่ใช่ไวรัสหรือมัลแวร์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือสอดแนมดิจิทัลที่ซับซ้อนและมีราคาสูงถึงหลักล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือสปายแวร์ Pegasus ของบริษัท NSO Group และสปายแวร์ Graphite ของบริษัท Paragon Solutions ด้วยต้นทุนที่สูงมาก ผู้โจมตีจึงเลือกใช้กับคนเพียงไม่กี่ราย ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่มีโอกาสเผชิญกับภัยคุกคามประเภทนี้

ลักษณะเด่นและอันตรายของสปายแวร์ประเภทนี้คือความสามารถในการเจาะระบบแบบ "Zero-Click" (การโจมตีแบบไม่ต้องกดอะไรเลย) ซึ่งหมายความว่าสปายแวร์สามารถเข้าสู่อุปกรณ์ได้โดยที่เจ้าของเครื่องไม่จำเป็นต้องกดลิงก์ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือทำกิจกรรมใดๆ เลย มันสามารถเข้าถึงข้อมูลเกือบทั้งเครื่อง ตั้งแต่กล้อง ไมโครโฟน ข้อความแชท อีเมล รูปภาพ ไปจนถึงตำแหน่งที่ตั้ง โดยแทบไม่ทิ้งร่องรอยให้เจ้าของเครื่องสังเกตเห็น เป้าหมายของการโจมตีมักเป็นบุคคลที่ถูกเลือกอย่างเจาะจง เช่น นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม นักเคลื่อนไหวทางสังคม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าว ผู้บริหาร นักเจรจา และผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลพิเศษ เนื่องจากตัวตนหรือหน้าที่การงานของพวกเขา

การแจ้งเตือนของ Apple และวิธีแยกแยะของจริง

Apple ได้ปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนภัยคุกคามให้ชัดเจนและเข้าถึงคำแนะนำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้งานที่ตกเป็นเป้าหมายจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านหลายช่องทาง ได้แก่:

  1. การแจ้งเตือนแบบ Push Notification จะเด้งขึ้นบนหน้าจอล็อก (Lock Screen) ของ iPhone โดยตรง

  2. รายการแจ้งเตือนในหน้าตั้งค่า โดยจะปรากฏหัวข้อ Apple Threat Notification (การแจ้งเตือนภัยคุกคาม) พร้อมจุดสีแดงในแอปพลิเคชันการตั้งค่า

  3. อีเมลและข้อความ iMessage ส่งไปยังที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชี Apple Account พร้อมแถบแจ้งเตือนที่ขึ้นด้านบนสุดของหน้าบัญชีทันทีที่ลงชื่อเข้าใช้

Apple ย้ำว่าการแจ้งเตือนเหล่านี้เป็น "การแจ้งเตือนที่มีความเชื่อมั่นสูง" ว่าผู้ใช้ถูกกำหนดเป้าหมายโดยการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้าง และควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการแยกแยะว่าเป็นการแจ้งเตือนจริงจาก Apple และไม่ใช่ข้อความหลอกลวง (Scam) Apple ได้วางกฎไว้อย่างชัดเจนว่าอีเมลแจ้งเตือนของจริงจะถูกส่งจากที่อยู่ [email protected] เท่านั้น และบริษัทจะไม่มีวันขอให้คุณกดลิงก์ ติดตั้งแอปพลิเคชันหรือโปรไฟล์ใดๆ หรือกรอกยืนยันรหัสผ่านโดยเด็ดขาด วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยที่สุดคือการเปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์ที่อยู่ account.apple.com เข้าไปดูหน้าบัญชีด้วยตัวเอง หากเป็นการแจ้งเตือนจริง คุณจะเห็นแถบแจ้งเตือนปรากฏอยู่ทันทีที่ลงชื่อเข้าใช้

สิ่งที่ควรทำหากได้รับแจ้งเตือน

หากคุณได้รับแจ้งเตือนจาก Apple เกี่ยวกับภัยคุกคามสปายแวร์ สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะการแจ้งเตือนไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ของคุณถูกเจาะสำเร็จแล้ว แต่แปลว่าคุณคือ "เป้าหมาย" ที่ระบบข่าวกรองของ Apple ตรวจพบ จึงควรรีบดำเนินการป้องกันในทันที:

  • เปิดใช้งานโหมดล็อคดาวน์ (Lockdown Mode): ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงสุดในอุปกรณ์ Apple ซึ่งจำกัดการทำงานบางอย่างของระบบ เช่น การบล็อกไฟล์แนบบางประเภทและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านสาย เพื่อปิดช่องทางที่สปายแวร์ใช้เจาะเข้าเครื่อง Apple ระบุว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่พบกรณีที่อุปกรณ์ซึ่งเปิดโหมดนี้อยู่ถูกเจาะได้สำเร็จ

  • อัปเดตระบบปฏิบัติการ iOS ทันที: เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ทราบแล้ว

  • อย่าเพิ่งล้างเครื่อง: หลายคนมักรีบรีเซ็ตค่าโรงงานเพราะกลัว แต่ร่องรอยที่ค้างอยู่ในเครื่องคือหลักฐานตั้งต้นที่ผู้เชี่ยวชาญต้องใช้ตรวจพิสูจน์ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง การล้างเครื่องเท่ากับทำลายหลักฐานทิ้ง

  • ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ: ในหน้าต่างแจ้งเตือนจะมีคำแนะนำว่าควรติดต่อใคร โดย Apple ชี้ไปที่สายด่วนความปลอดภัยดิจิทัล (Digital Security Helpline) ขององค์กร Access Now ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงแก่บุคคลกลุ่มเสี่ยงในภาคประชาสังคม ทั้งผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหว

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน Apple แนะนำให้ผู้ใช้หมั่นอัปเดตอุปกรณ์เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด, ตั้งรหัสผ่าน รวมถึง Touch ID หรือ Face ID เพื่อล็อกอุปกรณ์, เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA) หรือการยืนยันตัวตน 2 ขั้นสำหรับบัญชี Apple ID, เปิดคุณสมบัติการปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย (Stolen Device Protection), ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเปิดลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก

ที่มา https://www.tbsnews.net/tech/apple-issues-new-spyware-warning-iphone-users-110-countries-1516661,https://www.forbes.com/sites/kateoflahertyuk/2026/08/14/apple-issues-new-spyware-warning-to-iphone-users-in-110-countries/

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สปายแวร์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์รายงาน UN แรงกดดันไทยต้อนรับ ปธน.เมียนมา กระทบจุดยืนในอาเซียน
วิเคราะห์รายงาน UN แรงกดดันไทยต้อนรับ ปธน.เมียนมา กระทบจุดยืนในอาเซียน