ศาลสหรัฐฯ ไม่ยกฟ้องคดี 29 รัฐกล่าวหา Meta ออกแบบแพลตฟอร์มให้เยาวชนใช้งานจนเสพติดและปกปิดผลกระทบต่อสุขภาพจิต ส่งผลให้คดีเดินหน้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคมนี้
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผู้พิพากษา อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส ศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งปฏิเสธคำร้องของ Meta ที่ขอให้ยกฟ้องคดีซึ่งอัยการสูงสุดจาก 29 รัฐของสหรัฐฯ เป็นผู้ยื่นฟ้อง กล่าวหาว่าบริษัทออกแบบแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก (Facebook) และ อินสตาแกรม (Instagram) ให้ดึงดูดการใช้งานจนเกิดภาวะเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจิต โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้คดีสามารถเดินหน้าสู่การพิจารณาในชั้นไต่สวนเต็มรูปแบบซึ่งมีกำหนดเริ่มในเดือนสิงหาคมนี้
ผู้พิพากษาระบุในคำวินิจฉัยความยาว 38 หน้าว่ายังมีข้อเท็จจริงสำคัญที่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการออกแบบแพลตฟอร์มของ Meta ว่ามีลักษณะกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดพฤติกรรมเสพติดหรือไม่ รวมถึงข้อกล่าวอ้างของบริษัทที่ระบุว่าแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยสำหรับเยาวชน จึงยังไม่อาจยกฟ้องคดีได้ในชั้นนี้
ในคำวินิจฉัย ผู้พิพากษา อีวอนน์ กอนซาเลซ โรเจอร์ส ระบุว่า รัฐผู้ฟ้องคดีนำเสนอหลักฐานที่เพียงพอให้คณะลูกขุนอาจเชื่อได้ว่า คำแถลงของ Meta ที่เคยแจ้งต่อสาธารณะและต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าแพลตฟอร์มไม่ได้ถูกออกแบบให้ก่อให้เกิดพฤติกรรมเสพติดแบบบังคับ อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษาโดยสรุปให้รัฐผู้ฟ้องชนะในประเด็นที่ Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กบนโลกออนไลน์ของสหรัฐฯ จากการไม่แจ้งและไม่ขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนเก็บข้อมูลของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
ข้อมูลจากประกาศของ เลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2566 และเป็นพื้นฐานของคดีกลุ่มนี้ ระบุว่า รัฐที่เข้าร่วมการฟ้องร้องประกอบด้วย แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนตทิคัต เดลาแวร์ จอร์เจีย ฮาวาย ไอดาโฮ อิลลินอยส์ อินเดียนา แคนซัส เคนทักกี ลุยเซียนา เมน แมริแลนด์ มิชิแกน มินนิโซตา มิสซูรี เนแบรสกา นิวเจอร์ซีย์ นิวยอร์ก นอร์ทแคโรไลนา นอร์ทดาโคตา โอไฮโอ ออริกอน เพนซิลเวเนีย โรดไอแลนด์ เซาท์แคโรไลนา เซาท์ดาโคตา เวอร์จิเนีย วอชิงตัน เวสต์เวอร์จิเนีย และวิสคอนซิน ซึ่งต่อมาถูกนำมารวมอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ 29 รัฐ
ตามเอกสารคำฟ้องและรายงานข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐผู้ฟ้องระบุว่า งานวิจัยภายในของ Meta เองพบว่า การใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องมีความเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล การนอนไม่หลับ ผลการเรียนที่ลดลง ตลอดจนพฤติกรรมทำร้ายตนเองและการฆ่าตัวตายในกลุ่มเยาวชนที่ใช้งานอย่างหนัก ขณะที่ Meta โต้แย้งว่า ภาวะเสพติดสื่อสังคมออนไลน์ยังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นโรคทางจิตเวชอย่างเป็นทางการ จึงไม่อาจถือว่าบริษัทหลอกลวงผู้บริโภคตามที่ถูกกล่าวหา
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว PBS NewsHour รายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่า คณะลูกขุนในรัฐนิวเม็กซิโกมีคำตัดสินให้ Meta ชำระค่าเสียหาย 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,200 ล้านบาท) หลังเห็นว่าบริษัทละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐ โดยเปิดช่องให้เกิดการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กและปกปิดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม
ขณะที่สำนักข่าว NPR และ BBC รายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่า ในคดีนำร่องที่นครลอสแอนเจลิส คณะลูกขุนมีคำตัดสินให้ Meta และ Google ซึ่งเป็นเจ้าของ YouTube ต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายทางจิตใจของหญิงสาวรายหนึ่งที่เริ่มใช้สื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่วัยเด็ก จนเกิดภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล โดยศาลสั่งให้ทั้งสองบริษัทชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียหายเชิงลงโทษรวม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 195 ล้านบาท)
หลังคำสั่งล่าสุดของศาล Meta ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา และเชื่อว่าหลักฐานในการพิจารณาคดีจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลความปลอดภัยของเยาวชน โดยระบุว่าได้พัฒนาเครื่องมือควบคุมบัญชีสำหรับผู้ใช้อายุน้อยและเพิ่มระบบแจ้งเตือนสำหรับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง
Reuters ระบุว่า คดีของ 29 รัฐเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินคดีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวข้องกับ Meta และบริษัทสื่อสังคมออนไลน์รายอื่นรวมมากกว่า 2,600 คดี ภายใต้การพิจารณาแบบรวมศูนย์ โดยมีทั้งรัฐบาลของรัฐ เขตการศึกษา และผู้เสียหายรายบุคคลที่กล่าวหาว่าแพลตฟอร์มต่างๆ ก่อให้เกิดพฤติกรรมเสพติดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น
เอกสารภายในของ Meta ที่ถูกเปิดเผยในหลายคดียังระบุว่า บริษัทเคยรับทราบผลการทดสอบที่พบว่าอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มสามารถผลักดันเนื้อหาที่กระตุ้นการเปรียบเทียบรูปร่างและภาพลักษณ์ของตนเอง ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง แต่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการเพิ่มระยะเวลาการใช้งานและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนหลายรายให้ข้อมูลว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นในสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกศึกษาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คดีของ 29 รัฐยังกล่าวหา Meta ในข้อหาดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมและหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งหากรัฐเป็นฝ่ายชนะ อาจนำไปสู่คำสั่งให้บริษัทปรับเปลี่ยนการออกแบบฟีเจอร์บนแพลตฟอร์ม เช่น การจำกัดระบบการแจ้งเตือน หรือเพิ่มมาตรการตรวจสอบอายุผู้ใช้งานให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน Meta ยังเผชิญแรงกดดันจากรัฐสภาสหรัฐฯ และองค์กรด้านการคุ้มครองเด็กที่เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ที่เข้มงวดมากขึ้น หลังผู้เปิดโปงข้อมูลและเอกสารภายในของบริษัทถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานในหลายคดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
Meta Platforms Inc. ซึ่งเดิมใช้ชื่อ Facebook เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และเป็นเจ้าของ Facebook และ Instagram ที่มีผู้ใช้งานหลายพันล้านบัญชีทั่วโลก โดยคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ถือเป็นหนึ่งในความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดของหน่วยงานภาครัฐสหรัฐฯ ในการเรียกร้องให้บริษัทสื่อสังคมออนไลน์รับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนจากการใช้งานแพลตฟอร์มของตนเอง
อ้างอิง:




