News Logo
หน้าแรก
อีลอน มัสก์ เตือนสหรัฐฯ ล้มละลาย 1000% ถ้าไม่มี AI แก้หนี้ 40 ล้านล้าน

อีลอน มัสก์ เตือนสหรัฐฯ ล้มละลาย 1000% ถ้าไม่มี AI แก้หนี้ 40 ล้านล้าน

27 ก.ค. 2569 15:33
ผู้ชม 13 คน

อีลอน มัสก์ เตือนสหรัฐฯ อาจล้มละลาย หากไม่มี AI-หุ่นยนต์ รับมือหนี้สาธารณะพุ่งเกือบ 40 ล้านล้าน

หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเข้าใกล้ระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางภาระดอกเบี้ยที่กลายเป็นหนึ่งในรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของรัฐบาลกลาง โดยข้อมูลจาก Treasury Direct ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หนี้สาธารณะรวมเคยทะลุ 39 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 1,309 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรกในช่วงต้นปี 2569 ตามรายงานของ Associated Press และตัวเลขล่าสุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 39.7 ล้านล้านดอลลาร์

ด้านรายงานของ Joint Economic Committee ของรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า หนี้สาธารณะรวม ณ ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 39.39 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.81 ล้านล้านดอลลาร์จากปีก่อน หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 7.71 พันล้านดอลลาร์ หากอัตราการเพิ่มขึ้นยังเป็นเช่นนี้ หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคม 2569

ภาระดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดย Congressional Budget Office (CBO) รายงานว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายดอกเบี้ยสุทธิแล้ว 857,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 28.78 ล้านล้านบาท) หรือเฉลี่ยราวเดือนละ 95,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในบางการเปรียบเทียบสูงกว่างบประมาณด้านกลาโหม

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว คำเตือนของ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเทสลา สเปซเอ็กซ์ และ xAI กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่เคยกล่าวไว้ในพอดแคสต์ของ ทวาร์เกช พาเทล ช่วงต้นปี 2569 ว่า "สหรัฐฯ จะล้มละลายในฐานะประเทศ และล้มเหลวในฐานะประเทศ 1,000% หากไม่มีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์" พร้อมย้ำว่า "ไม่มีสิ่งใดสามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะได้ นอกจากปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์"

อีลอน มัสก์ ระบุว่า หากไม่มีเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้ สหรัฐฯ จะเผชิญวิกฤตอย่างหนัก เพราะหนี้สาธารณะกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และภาระดอกเบี้ยกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ โดยในพอดแคสต์เดียวกัน เขายังกล่าวว่าดอกเบี้ยหนี้สาธารณะมีมูลค่าสูงกว่างบประมาณกลาโหม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

ก่อนหน้านั้นในช่วงปลายปี 2568 มัสก์ยังให้สัมภาษณ์ในรายการของนักลงทุน นิขิล กามัต ว่า การนำปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มาใช้ในวงกว้าง เกือบจะเป็นสิ่งเดียว ที่จะช่วยแก้วิกฤตหนี้ของสหรัฐฯ ได้ พร้อมคาดการณ์ว่าภายในเวลาไม่เกินสามปี เทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้การผลิตสินค้าและบริการเติบโตเร็วกว่าระดับเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจำนวนหนึ่งมองว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด รายงานของ Brookings Institution ซึ่งเผยแพร่ในช่วงกลางปี 2569 โดย เบน แฮร์ริส, นีล อาร์. เมห์โรทรา และวิลเลียม โอเวอร์แคช ประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจากปัญญาประดิษฐ์อาจช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ จากประมาณ 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เหลือราว 2% ได้ แต่ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจถูกหักล้างไปมากกว่าครึ่งจากหลายปัจจัย 

ทั้งสังคมสูงวัยที่ทำให้รายจ่ายสวัสดิการเพิ่มขึ้น การสูญเสียงานบางส่วนจากระบบอัตโนมัติ การเปลี่ยนรายได้จากแรงงานไปสู่ทุนซึ่งอาจทำให้รายได้ภาษีเฉลี่ยลดลง อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่อาจเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ รายงานจึงสรุปว่า ปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยปรับปรุงฐานะการคลังได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางการคลังของสหรัฐฯ ได้เพียงลำพัง

ขณะที่ Congressional Budget Office คาดการณ์ว่า หากกฎหมายปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หนี้ที่ถือโดยสาธารณะจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และรัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสุทธิรวมประมาณ 16.2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสิบปีข้างหน้า โดยภาระดอกเบี้ยต่อปีจะเพิ่มจากราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 เป็นมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2579

อีลอน มัสก์ ซึ่งเคยมีบทบาทในโครงการ Department of Government Efficiency (DOGE) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายของการลดรายจ่ายภาครัฐคือการชะลอการเพิ่มขึ้นของหนี้ เพื่อซื้อเวลาให้ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์พัฒนาได้ทันก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่จุดวิกฤต เขายังเชื่อว่า หากเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างมหาศาล ก็อาจทำให้ปริมาณสินค้าและบริการเติบโตเร็วกว่าปริมาณเงิน จนเกิดแรงกดดันด้านเงินฝืดในระยะยาว

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องภายใต้รัฐบาลจากทั้งสองพรรคการเมือง โดยมีสาเหตุสำคัญจากการใช้จ่ายที่สูงกว่ารายได้ ทั้งค่าใช้จ่ายจากสงคราม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต และนโยบายลดภาษี ในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลมีรายจ่ายรวม 7.01 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่มีรายได้ 5.23 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ขาดดุลงบประมาณประมาณ 1.78 ล้านล้านดอลลาร์

แม้นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งเห็นตรงกันว่าปัญญาประดิษฐ์จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ แต่จากการประเมินของ Brookings Institution และ Congressional Budget Office ยังไม่พบหลักฐานว่าปัญญาประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวจะสามารถแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้ทั้งหมด ดังเช่นที่ อีลอน มัสก์ คาดหวังไว้ โดยปัญหาดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับนโยบายการคลัง รายได้ภาษี การใช้จ่ายของภาครัฐ และภาวะเศรษฐกิจในระยะยาวร่วมด้วย

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟป่าฝรั่งเศส-สเปนครั้งใหญ่ อพยพกว่า 3 แสนคน ใกล้บอร์โดซ์ 15 กม.
ไฟป่าฝรั่งเศส-สเปนครั้งใหญ่ อพยพกว่า 3 แสนคน ใกล้บอร์โดซ์ 15 กม.