News Logo
หน้าแรก
ไทยติดอันดับ 18 ประเทศเปราะบางด้านพลังงาน เหตุเพราะพึ่งฟอสซิลถึง 80%

ไทยติดอันดับ 18 ประเทศเปราะบางด้านพลังงาน เหตุเพราะพึ่งฟอสซิลถึง 80%

3 เม.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 2 คน

สื่อพลังงานโลกจากอินเดีย จัดไทยติดอันดับที่ 18 ประเทศเปราะบางสุดด้านวิกฤตพลังงานโลก ได้ 67.5 คะแนน เนื่องจากพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเกือบ 80% และยังคงต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ทำให้ขาดความมั่นคงด้านพลังงานเมื่อเจอวิกฤตห่วงโซ่อุปทานชะงัก ส่วนสิงคโปร์ติดอันดับหนึ่ง เปราะบางสุด

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา Energy World Mag ซึ่งเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระดับนานาชาติ (International) ที่เน้นนำเสนอข่าวสารด้านพลังงานในภาพรวมทั่วโลกเป็นหลัก ซึ่งมีที่ตั้งหลักที่อินเดีย ได้จัดสำรวจ 75 ประเทศทั่วโลกเพื่อประเมินความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง พบว่าประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 18 ด้วยคะแนนความเปราะบาง 67.5 ซึ่งรายงานนี้ใช้เกณฑ์ว่าคะแนนยิ่งมากหมายถึงสถานการณ์ยิ่งเลวร้าย

โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ไทยได้คะแนนนี้คือการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่สูงถึง 79.7% และมีสัดส่วนพลังงานทางเลือกและพลังงานนิวเคลียร์เพียง 1.0% ส่วนการบริโภคพลังงานต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.235 kWh/$ โดยมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่ 57% และพึ่งพาก๊าซนำเข้า 30%

รายงานระบุว่าสถานการณ์พลังงานโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนครั้งใหญ่ หลังราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นจากการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้การขนส่งทางเรือหยุดชะงัก การวิเคราะห์เชิงลึกจาก Energy World Mag ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่าประเทศใดบ้างที่เผชิญกับความเสี่ยงสูงสุดจากวิกฤตพลังงานที่กำลังขยายตัว

อนึ่งการวิเคราะห์นี้ได้ศึกษา 75 ประเทศโดยพิจารณาจากเจ็ดปัจจัยที่แตกต่างกัน ได้แก่ การบริโภคพลังงานเมื่อเทียบกับผลผลิตทางเศรษฐกิจ, การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล, ความหลากหลายของแหล่งพลังงาน และระดับการผลิตภายในประเทศเทียบกับการนำเข้า โดยแต่ละประเทศจะได้รับคะแนนความเปราะบางระหว่าง 0 ถึง 100 คะแนน

ประเทศที่มีความเปราะบางสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่

1.สิงคโปร์ ครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนนความเปราะบาง 85.2 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐเมืองแห่งนี้พึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 97.9% เกือบทั้งหมดเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ และไม่มีทางเลือกสำรองหากเกิดการหยุดชะงักของอุปทาน นอกจากนี้ยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าทั้งหมด

2.เติร์กเมนิสถาน แม้จะเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ แต่ก็ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตพลังงานทั้งหมด และอยู่ในอันดับที่สองด้วยคะแนน 80.7

3.ฮ่องกง ซึ่งเป็นอีกเขตการปกครองที่พึ่งพาการนำเข้าสูง (นำเข้าก๊าซธรรมชาติทั้งหมด) อยู่ในอันดับที่สามด้วยคะแนน 80.2

ประเทศอื่นๆ ในสิบอันดับแรก ได้แก่ โมร็อกโก, เบลารุส, แอฟริกาใต้, อิหร่าน, ไซปรัส, แอลจีเรีย และโอมาน ขณะที่ประเทศมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 23 ด้วยคะแนน 64.6 คะแนน

ตัวแทนจาก Energy World Mag ให้ความเห็นว่า "วิกฤตพลังงานในยุโรปปี 2565 สอนให้เราทราบว่าแม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยและมีเศรษฐกิจที่หลากหลายก็ยังสามารถเผชิญกับการขาดแคลนอย่างรุนแรงได้ หากพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้ามากเกินไป" เขายกตัวอย่างว่า "เยอรมนีและอิตาลีต้องจำกัดการใช้พลังงานแม้จะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ข้อแตกต่างคือสถานที่อย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกงมีทางเลือกน้อยกว่ามาก เพราะแทบไม่มีการผลิตพลังงานภายในประเทศเลย เมื่ออุปทานหยุดชะงัก พวกเขาไม่สามารถหันไปใช้ถ่านหินท้องถิ่นหรือเพิ่มการผลิตก๊าซของตนเองได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิหร่านประกาศพร้อมทำข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับชาติยุโรป-เอเชีย-อาหรับ
อิหร่านประกาศพร้อมทำข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับชาติยุโรป-เอเชีย-อาหรับ