กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ 'พายุไมสัก' หลังอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันและกำลังสลายตัวในจีน แต่ไทยยังเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หลายจังหวัดยังเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พายุไมสัก ฉบับที่ 13 (116/2569) ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่าพายุโซนร้อนไมสักได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันตั้งแต่เวลา 01.00 น. ก่อนที่เวลา 04.00 น. จะมีศูนย์กลางอยู่บริเวณมณฑลกว่างซี ประเทศจีน และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันออกเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมคาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและสลายตัวในประเทศจีนตอนใต้ในระยะต่อไป
แม้เส้นทางของพายุจะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่กรมอุตุนิยมวิทยาระบุชัดว่า ผลกระทบต่อสภาพอากาศของไทยยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากอิทธิพลของพายุที่ยังหลงเหลือ ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่ยังปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมากในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และตาก ในภาคเหนือ รวมถึงจังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดตามประกาศฉบับนี้
ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายจังหวัดที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย มุกดาหาร กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
สำหรับภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีฝนน้อยกว่าภูมิภาคอื่น แตกต่างจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ที่ยังได้รับอิทธิพลจากระบบมรสุมและร่องมรสุมอย่างชัดเจน
ด้านสภาพทะเล คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ทำให้การเดินเรือยังคงมีความเสี่ยง แม้ตัวพายุจะอ่อนกำลังลงแล้วก็ตาม
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อลดความเสี่ยงจากคลื่นลมที่อาจรุนแรงกว่าปกติในช่วงที่มีพายุฝน
การอ่อนกำลังลงของพายุไมสักไม่ได้ทำให้สถานการณ์ฝนในประเทศไทยคลี่คลายลงทันที เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภูมิภาคและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงมีกำลัง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก และยังมีความเสี่ยงต่อฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่
ผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนต่อประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ศูนย์กลางพายุเคลื่อนผ่านประเทศเท่านั้น หากพายุเข้าไปเสริมกำลังให้ระบบมรสุมและร่องมรสุม ก็สามารถทำให้หลายพื้นที่ของประเทศมีฝนตกหนักในช่วงเวลาเดียวกันได้
แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะยุติการออกประกาศเฉพาะกิจเกี่ยวกับพายุไมสักแล้ว แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังได้รับอิทธิพลจากระบบมรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยในระยะนี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ "ไมสัก" ฉบับที่ 13

6 ก.ค. 2569
อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยา: ประกาศเรื่องพายุ "ไมสัก" ฉบับที่ 13 (116/2569)




