News Logo
หน้าแรก
เตหะรานวิปโยค ‘ฝนกรดสีดำ’ อาบทั้งเมือง หลังอิสราเอลขยี้คลังน้ำมันวอด

เตหะรานวิปโยค ‘ฝนกรดสีดำ’ อาบทั้งเมือง หลังอิสราเอลขยี้คลังน้ำมันวอด

9 มี.ค. 2569 13:26
ผู้ชม 127 คน

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มคลังน้ำมันรอบกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ 'ฝนดำพิษ' และกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมเมืองหลวงอิหร่าน กระทบประชาชนกว่า 10 ล้านคน

ชาวกรุงเตหะราน กว่า 10 ล้านคนต้องตื่นขึ้นท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิดและฝนที่ปนเปื้อนคราบน้ำมันสีดำ ตั้งแต่เช้าวันที่ 8 มีนาคม หลังการโจมตีทางอากาศต่อคลังเก็บน้ำมันหลายแห่งรอบเมืองหลวง ส่งผลให้เกิดฝนกรดอันตรายที่อาจทำให้ผิวหนังไหม้และทำลายระบบทางเดินหายใจ ขณะที่ควันพิษยังคงปกคลุมเมืองต่อเนื่องถึงวันที่ 9 มีนาคม 2569

รายงานของ Fortune ระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลได้มุ่งเป้าไปยังคลังเก็บน้ำมันหลักสามแห่งในเตหะราน รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ของเมือง ทำให้เกิดไฟไหม้ขนาดใหญ่และควันดำพวยพุ่งปกคลุมท้องฟ้า จนกลายเป็นปรากฏการณ์ฝนกรดสีดำ โดยรัฐมนตรีพลังงานอิสราเอล เอลี โคเฮน ระบุว่า สถานที่ดังกล่าวถูกใช้สนับสนุนกองทัพของ อิหร่าน

ประชาชนในพื้นที่รายงานว่าฝนที่ตกลงมามีสีดำคล้ายคราบน้ำมัน ขณะที่ สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน (Iranian Red Crescent Society - IRCS) เตือนว่า ฝนดังกล่าวอาจมีสารไฮโดรคาร์บอนพิษ รวมถึงก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์ในระดับสูง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดฝนกรดและสร้างความเสียหายต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ

ด้าน เครมาต เวย์สการามี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทกระจายผลิตภัณฑ์น้ำมันแห่งชาติอิหร่าน เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้พุ่งเป้าไปยังคลังน้ำมันอย่างน้อย 4 แห่ง รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์ด้านการขนส่งเชื้อเพลิงในกรุงเตหะรานและจังหวัดอัลบอร์ซ เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตราว 4-6 ราย รวมถึงคนขับรถบรรทุกน้ำมัน และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

รายงานของ The Guardian ระบุว่า ชาวเมืองจำนวนมากบรรยายสภาพอากาศว่า “มืดมิดราวกับอนาคตที่สิ้นหวัง” โดยมีรายงานอาการปวดศีรษะ หายใจลำบาก และคราบน้ำมันที่เกาะติดตามอาคารและรถยนต์ แพทย์เตือนว่าสารพิษในอากาศอาจทำให้โรคหอบหืดและโรคหัวใจกำเริบ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งในระยะยาว

ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า หน่วยงานรัฐอิหร่านรายงานว่ามีคลังเก็บน้ำมันและศูนย์ขนส่งปิโตรเลียมถูกโจมตีอย่างน้อยสี่แห่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ขณะที่ควันดำยังปกคลุมเมืองจนบางพื้นที่มีสภาพคล้าย ฤดูหนาวนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ควันและเขม่าจำนวนมหาศาลบดบังแสงอาทิตย์จนท้องฟ้ามืดและอุณหภูมิลดลง แม้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่การเผาไหม้น้ำมันขนาดใหญ่ก็สามารถทำให้เกิดสภาพคล้ายกันในระดับพื้นที่ได้

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ระบุว่า ฝนสีดำยังคงตกในบางพื้นที่รอบเตหะราน โดยทิ้งคราบน้ำมันบนพื้นผิวต่างๆ และก่อให้เกิดกลิ่นไหม้ทั่วเมือง ขณะที่องค์กรสิ่งแวดล้อมเตือนว่าสารพิษอาจปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำในระยะยาว

ผู้ว่าการกรุงเตหะรานเปิดเผยว่า การโจมตีครั้งนี้ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันชั่วคราว พร้อมขอให้ประชาชนลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยคาดว่าการฟื้นฟูระบบพลังงานอาจใช้เวลา 2-3 วัน ขณะที่ทางการอิหร่านกล่าวหาว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น สงครามเคมีโดยเจตนา

สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านยังเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำฝนโดยตรง สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศที่รับอากาศจากภายนอก เพื่อลดความเสี่ยงจากสารพิษในอากาศ

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ฝนกรดสีดำเกิดจากการเผาไหม้น้ำมันที่ปล่อยเขม่าและสารพิษจำนวนมากขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ก่อนจะรวมตัวกับความชื้นและตกลงมาในรูปของฝนกรด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชพรรณ สัตว์ป่า และระบบนิเวศโดยรอบ

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า ฝนดังกล่าวอาจปนเปื้อนสารไฮโดรคาร์บอน เขม่าคาร์บอน และฝุ่นละเอียด PM2.5 รวมถึงสารก่อมะเร็งในกลุ่ม โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่โลหะหนักจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ถูกทำลายจะระเหยปะปนอยู่ในอากาศ

มลพิษเหล่านี้สามารถทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติกลายเป็นกรด หากค่า pH ลดต่ำกว่า 5 ปลาส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยู่รอดได้ และหากลดลงถึงระดับ 4 แหล่งน้ำอาจกลายเป็น แหล่งน้ำตาย ที่แทบไม่เหลือสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

ในภาคพื้นดิน ฝนกรดยังทำให้แคลเซียมในดินลดลง ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของพืช พร้อมทั้งกระตุ้นให้ธาตุอะลูมิเนียมที่เป็นพิษละลายออกมาและไหลลงสู่แหล่งน้ำ ทำลายสมดุลของระบบนิเวศและส่งผลต่อการเติบโตของพืชพรรณ

ฝนกรดยังสามารถกัดกร่อนอาคารและสถาปัตยกรรมของเมือง โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ทำจากหินปูนหรือหินอ่อน ซึ่งมีองค์ประกอบของแคลเซียมคาร์บอเนต เมื่อสัมผัสกับกรดจะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนผิววัสดุค่อย ๆ สึกกร่อนและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงโรงกลั่นน้ำจืดบนเกาะเกชม์ เป็นการสร้าง บรรทัดฐานที่อันตราย เพราะไม่เพียงก่อมลพิษ แต่ยังทำให้หลายชุมชนเสี่ยงเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม

ขณะที่ มุฮัมมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านเตือนว่า ผลกระทบจากการโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันอาจส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงสะท้อนว่าสงครามครั้งนี้ไม่ได้ทำลายเพียงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้เชี่ยวชาญที่อ้างโดย The Guardian และ Time ระบุว่า ควันพิษจากการเผาไหม้น้ำมันขนาดใหญ่อาจคงอยู่ในบรรยากาศและทำให้เกิดฝนกรดต่อเนื่องหลายวันถึงหนึ่งสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เช่น ลมและปริมาณฝน ขณะที่ไฟไหม้ที่ยังไม่ดับสนิทอาจปล่อยสารพิษออกมาอย่างต่อเนื่อง

แม้กลุ่มควันจะค่อยๆ จางลงตามเวลา แต่นักสิ่งแวดล้อมเตือนว่า มลพิษที่ตกค้างในดิน น้ำ และอากาศอาจคงอยู่ไปอีกนาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศในระยะยาว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและทางทหาร ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงในสนามรบ แต่ยังทิ้งร่องรอยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจยาวนานไปอีกหลายปี

อ้างอิง:

Fortune: Tehran engulfed in fire, smoke and acid rain following strikes

The Guardian: 'Dark, like our future': Iranians describe scenes of catastrophe after Tehran's oil depots bombed

Bloomberg: Tehran Engulfed in Fire, Smoke and Acid Rain Following Strikes

The New York Times: Israeli Strikes on Fuel Depots Send Black Clouds Over Iranian Capital

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำไม่มีประสิทธิภาพ กสม.แนะของบฯ รับซื้อเพิ่ม
กรมประมงแก้ปัญหาปลาหมอคางดำไม่มีประสิทธิภาพ กสม.แนะของบฯ รับซื้อเพิ่ม