ภายในปี 2040 ทั่วโลกอาจเหลือเพียง 10 ประเทศที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาวได้ สภาเศรษฐกิจโลกเตือนวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ ‘หิมะธรรมชาติ’ กลายเป็นของหายาก และเปลี่ยนโฉมหน้ามหกรรมกีฬาระดับโลกไปตลอดกาล
การแข่งขัน มิลาน-คอร์ตินา 2026 ที่อิตาลี กำลังดำเนินไปท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 3.6 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับตอนที่เมืองคอร์ตินาเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในปี 1956
รายงาน Sports for People and Planet ระบุว่า จำนวนสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดงานกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดยการวิเคราะห์พบว่าภายในปี 2040 จะมีเพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่ยังมีหิมะเพียงพอสำหรับรองรับทั้งโอลิมปิกและพาราลิมปิกฤดูหนาว
หิมะเทียมได้กลายเป็นหัวใจหลักของการแข่งขันในยุคปัจจุบัน โดยในปักกิ่ง 2022 มีการใช้หิมะที่ผลิตจากเครื่องจักรเกือบ 100% ขณะที่ในอิตาลีปีนี้ ผู้จัดงานต้องผลิตหิมะเทียมถึง 2.4 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องใช้น้ำมหาศาลเทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิกเกือบ 380 สระ
แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้จัดงานได้ แต่การผลิตหิมะเทียมกลับส่งผลกระทบย้อนกลับสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งการใช้พลังงานมหาศาลและการดึงน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่กำลังเผชิญภาวะภัยแล้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศบนภูเขาที่เปราะบางและสิ่งมีชีวิตในน้ำ
เจสซี ดิกกินส์ นักสกีเหรียญทองโอลิมปิก สะท้อนภาพว่า ปัจจุบันการแข่งขันหลายครั้งต้องเจอทั้งฝนตกและมีหิมะเหลือเพียงแถบแคบๆ ขณะที่หิมะเทียมซึ่งมีความแข็งและเป็นน้ำแข็งมากกว่าหิมะจริง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของนักกีฬาอย่างที่เคยเกิดขึ้นในโซชิ 2014
สถานการณ์ของกีฬาพาราลิมปิกฤดูหนาวน่ากังวลยิ่งกว่า เนื่องจากจัดขึ้นในเดือนมีนาคมซึ่งอากาศอบอุ่นขึ้น หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังพุ่งสูง สถานที่ที่รองรับพาราลิมปิกได้อาจลดลงจนเหลือเพียง 4 แห่งทั่วโลกในช่วงกลางศตวรรษนี้
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เริ่มปรับเกณฑ์คัดเลือกเจ้าภาพใหม่ โดยเน้นพื้นที่ที่มีความน่าเชื่อถือทางสภาพอากาศในระยะยาว และกำหนดให้การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศเป็นข้อกำหนดในสัญญาการเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป
ข้อเสนอในการปรับตัวเริ่มมีมากขึ้น ตั้งแต่การเลื่อนตารางการแข่งขันให้เร็วขึ้นเพื่อเลี่ยงอากาศร้อน ไปจนถึงการใช้สนามเดิมที่มีอยู่แทนการสร้างใหม่ เพื่อลดการทำลายพื้นที่ป่าและการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
การจัดการแข่งขันแบบกระจายตัวในหลายพื้นที่อย่าง 'มิลาน-คอร์ตินา' เป็นอีกหนึ่งบททดสอบในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ แต่ความท้าทายสำคัญคือการเดินทางระหว่างสนามที่อาจสร้างมลพิษเพิ่มขึ้น หากไม่มีการจัดการระบบขนส่งที่ยั่งยืน
วิกฤตนี้ไม่ได้กระทบแค่กีฬา แต่สะเทือนถึงเศรษฐกิจท้องถิ่น ในเทือกเขาแอลป์มีรีสอร์ตสกีถูกทิ้งร้างแล้วกว่า 200 แห่งเนื่องจากไม่มีหิมะ และคาดว่าผู้ประกอบการอาจสูญเสียรายได้มหาศาลหากจำนวนวันที่อากาศหนาวพอจะทำหิมะเทียมลดลง
หิมะที่หายไปไม่ใช่แค่เรื่องของนักกีฬา แต่คือแหล่งเก็บกักน้ำที่สำคัญสำหรับมนุษย์นับพันล้านคน การละลายของหิมะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งน้ำดื่ม ภาคการเกษตร และการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นวิกฤตที่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคนมากกว่าที่คิด
อ้างอิง: World Economic Forum, CNN, Anadolu Agency, Swissinfo




