News Logo
หน้าแรก
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'ฟินันเซีย' ปมระบบ KYC/CDD ลูกค้าใช้ทำธุรกรรมผิดปกติ

ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'ฟินันเซีย' ปมระบบ KYC/CDD ลูกค้าใช้ทำธุรกรรมผิดปกติ

6 มิ.ย. 2569 10:41
ผู้ชม 107 คน

‘ก.ล.ต.’กล่าวโทษบล.ฟินันเซีย ต่อ‘บก.ปอศ.’ ชี้ระบบ KYC/CDD บกพร่อง ลูกค้าใช้ทำธุรกรรมผิดปกติ สแกมเมอร์-ฟอกเงิน ไม่รายงานธุรกรรมน่าสงสัยต่อ ปปง. เข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์

สำนักข่าว Next News รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (FSS) หรือ บล.ฟินันเซีย กรณีระบบงาน(Know Your Customer/Customer Due Diligence: KYC/CDD) มีข้อบกพร่อง ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.กล่าวโทษบล.ฟินันเซีย ในความผิดกรณีระบบงาน KYC/CDD ไม่รัดกุมเพียงพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า บล. ฟินันเซีย รู้จักและสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า และไม่ได้ทำความรู้จักลูกค้าในเชิงลึกเพิ่มเติม (enhanced KYC/CDD) กรณีพบลูกค้าที่อาจทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือต้องสงสัย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ)

นายเอนกกล่าวว่า จากการตรวจสอบการดำเนินงานตามปกติของ บล.ฟินันเซีย ตามแนวทางการกำกับดูแลตามความเสี่ยง (Risk-Based Approach: RBA) ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2568 ก.ล.ต.พบประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับระบบงาน KYC/CDD ของบริษัท และต่อมาเมื่อปรากฏข่าวเกี่ยวกับการทำธุรกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) หรือการฟอกเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รวมทั้งได้มีการติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม Scammer ของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน ก.ล.ต. จึงได้นำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อตรวจสอบระบบงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย และพบว่า ในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 – 21 ธันวาคม 2568 บล.ฟินันเซีย ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ได้แก่

(1) บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ควบคุมทอดสุดท้ายของลูกค้า และดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ

(2) บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดูความสมเหตุสมผล เมื่อลูกค้ามีการขอเพิ่มวงเงินในจำนวนที่สูงจากวงเงินเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

(3) บล.ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ enhanced KYC/CDD หรือกำกับดูแลลูกค้าอย่างเข้มงวด กรณีที่ลูกค้าของ บล.ฟินันเซีย มีการทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงศักยภาพทางการเงินของลูกค้ารายนั้นๆ เช่น กรณีที่ลูกค้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับการฝากหลักประกัน การรับโอนหรือการจองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในจำนวนที่สูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับฐานะการเงินที่ลูกค้านำมาแสดงต่อ บล.ฟินันเซีย ทั้งที่มีข้อมูลที่สามารถพิจารณาได้ว่าลูกค้าอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำธุรกรรม เช่น กรณีลูกค้าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศมีทุนจดทะเบียนต่ำ ไม่มีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่น่าเชื่อถือ หรือไม่ได้แสดงแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจน

นายเอนกกล่าวอีกว่า อีกทั้ง บล.ฟินันเซีย ไม่ได้พิจารณาข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าว เพื่อนำส่งรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

“ข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ข้างต้น ของบล.ฟินันเซีย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ บล. ฟินันเซีย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”นายเอนกกล่าว

นายเอนกกล่าวว่า มาตรการสำคัญอย่างหนี่งในการสกัดกั้นทุนเทาคือการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐานในการทำความรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบ (KYC/CDD) รวมถึงการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นด่านหน้าในการคัดกรองลูกค้า ดังนั้น ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบธุรกิจ

“สำหรับกรณี บล.ฟินันเซีย เมื่อพบว่า มข้อบกพร่องในระบบ KYC/CDD และอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ก.ล.ต. จึงดำเนินการกล่าวโทษต่อ บก.ปอศ.ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต.จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว”นายเอนกกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ก.ล.ต.
ฟอกเงิน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สอบ 4 บริษัทย่าน‘ห้วยขวาง’ เจอต่างด้าวถือหุ้นใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ต
สอบ 4 บริษัทย่าน‘ห้วยขวาง’ เจอต่างด้าวถือหุ้นใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ต