กกพ.ยืนยันระบบไฟฟ้าไทยมั่นคง เตรียมนำเข้า LNG อีก 3 ลำเรือพร้อมเพิ่มผลิตไฟจากถ่านหิน-พลังน้ำ-ก๊าซจากอ่าวไทย เตรียมชี้แจงสูตรปรับค่าเอฟทีงวดพ.ค.-ส.ค. 25 มี.ค. 2569
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า สถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบันส่งต่อปริมาณและราคาของก๊าซ LNG โดยช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการใช้ไฟสูง จึงต้องจัดการราคาและปริมาณอย่างรอบคอบ ซึ่งประเทศไทย ไม่ได้นำเข้าก๊าซ LNG จากตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถจัดหาก๊าซ LNG จากแหล่งอื่นทั่วโลกได้ และยังไม่มีความเสี่ยงขาดแคลนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า พร้อมยืนยันว่าระบบไฟฟ้าของประเทศไทยยังมั่นคง
นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มีการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และกำหนดมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยเตรียมนำเข้าก๊าซ LNG จำนวน 3 ลำเรือ ซึ่งในเดือนเมษายนนี้ จัดหามาแล้ว 2 ลำเรือ และได้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังน้ำ และใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ทำให้ในเดือนมีนาคม ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้า ก๊าซ LNG ร้อยละ 70 ต่อ 1 ลำเรือ และเพิ่มก๊าซในประเทศได้ร้อยละ 50 ต่อ 1 ลำเรือ
นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สัดส่วนการผลิตเชื้อเพลิงในประเทศไทยในปี 2568 ระบบพลังงานของไทยพึ่งพาการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลักถึงร้อยละ 56 และมีการจัดหาก๊าซธรรมชาติ จาก 3 แหล่งสำคัญ คือ จากอ่าวไทย ร้อยละ 50 การนำเข้าทางท่อจากเมียนมา ร้อยละ 10 และก๊าซที่นำเข้าในรูปแบบของ LNG อีกร้อยละ 40 ทำให้ก๊าซ LPG มีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบพลังงานไทยเป็นอย่างมาก โดยสำนักงาน กกพ.ติตตามสถานการณ์และบริหารจัดการระบบพลังงานอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลต้นทุนให้เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพ และเกิดความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 มีนาคม สำนักงาน กกพ. จะชี้แจงและตอบข้อซักถามผลการคำนวณค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) และข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณาเพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569

ภาพประกอบข่าว1

ภาพประกอบข่าว2




