News Logo
หน้าแรก
เริ่ม 1 เม.ย. ธปท.คุมเข้มธุรกรรมเงินสด 1 วันเกิน 5 ล. ต้องเช็กละเอียด

เริ่ม 1 เม.ย. ธปท.คุมเข้มธุรกรรมเงินสด 1 วันเกิน 5 ล. ต้องเช็กละเอียด

19 มี.ค. 2569 20:40
ผู้ชม 48 คน

ประกาศธปท.มีผล 1 เม.ย. 2569 ให้สถาบันการเงินคุมเข้มธุรกรรมเงินสด หากใน 1 วันเกิน 5 ล้านบาทถือว่าเสี่ยงสูง ต้องตรวจสอบเข้มข้น หวังสกัดแก๊งอาชญากรรม

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 16/2569 เรื่องหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน ลงนามโดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569

ทั้งนี้ เหตุผลในการออกประกาศดังกล่าว เนื่องจากการทำธุรกรรมเงินสดทำได้ง่าย ไม่มีการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรม ทั้งการรับฝากและการเบิกถอนเงินสด การรับฝากเช็คเงินสดเข้าบัญชี การเบิกถอนเงินโดยขอให้สถาบันการเงินออกเป็นเช็คเงินสด การยื่นเช็คเงินสดให้สถาบันการเงินใช้เงิน( เช่น การรับฝากเช็คที่ระบุให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ) ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ยาก จึงมักถูกใช้เป็นช่องทางปกปิดการเคลื่อนย้ายเงินจากการก่ออาชญากรรม ธปท.จึงยกระดับการบริหารความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการกระทำความผิดและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน จึงออกหลักเกณฑ์ฉบับนี้ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติ โดยต้องมีการบริหารความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยเน้นธุรกรรมเบิกถอนเงินสดก่อน แต่ต้องไม่สร้างภาระแก่ลูกค้าจนเกินควร

การบริหารความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด

1.สถาบันการเงินต้องจัดให้ลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจสุดท้ายจากลูกค้า แสดงตนหรือยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดทุกครั้ง รวมถึงการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดเป็นครั้งคราว อย่างน้อยต้องดำเนินการดังนี้

1.1 สำหรับการให้บริการผ่านสาขาทั่วไป กรณีบุคคลธรรมดาหรือผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ทำธุรกรรม ต้องให้แสดงบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมล์ รวมทั้งลายมือชื่อของลูกค้า กรณีที่ไม่เคยแสดงตนไว้ก่อน ให้ข้อข้อมูลอาชีพและสถานที่ทำงานประกอบด้วย ส่วนกรณีนิติบุคคลต้องแสดงหนังสือรับรองบริษัท พร้อมหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมล์

1.2 สำหรับการให้บริการผ่านสาขาอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ต้องให้มีการยืนยันตัวตน เช่น การแสดงบัตรประชาชนร่วมกับการใช้รหัส PIN การใช้รหัส OTP ยืนยันผ่านแอพพลิเคชั่นของสถาบันการเงินหรือการใช้ข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ของลูกค้า หากลูกค้าไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ และไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เหมาะสมและความจำเป็นได้ สถาบันการเงินต้องไม่ทำธุรกรรมเงินสดในครั้งนั้น นอกจากนี้ สถาบันการเงินต้องบันทึกข้อมูลพฤติกรรมที่ผิดปกติไว้

3.กรณีสถาบันการเงินพบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้าภายใน 1 วันตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้ถือเป็นธุรกรรมความเสี่ยงสูง สถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับเข้มข้น (EDD) นอกจากจะขอข้อมูลวัตถุประสงค์แล้ว ให้หากข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือ หรือให้ลูกค้าส่งเอกสารประกอบ เช่น อาชีพ ชื่อและสถานที่ตั้งที่ทำงานของลูกค้า และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้ากรณีที่เป็นนิติบุคคล หากตรวจสอบ EDD ไม่ได้ และลูกค้าไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่เพียงพอ สถาบันการเงินต้องระงับธุรกรรมและรายงานต่อสำนักงาน ปปง.

4.สถาบันการเงินต้องมีกระบวนการการติดตาม ตรวจจับและตรวจสอบพฤติกรรมการทำธุรกรรมทีเกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า หากพบความเคลื่อนไหวหรือการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้ติดตามหรือเฝ้าระวังลูกค้ารายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินตรวจพบความผิดปกติจากการทำธุรกรรมที่เงินสดเกี่ยวข้องกับภัยทุจริตดิจิทัล ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามประกาศ ธปท.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารัดการภัยทุจริตดิจิทัล

5. สถาบันการเงินต้องจัดเก็บข้อมูลและเอกสารการแสดงตนของลูกคค้าและการแสดงวัตถุประสงค์การทำธุรกรรม รวมถึงบันทึกพฤติกรรมและรายละเอียดการทำธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อให้ธปท.หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หรือใช้ประกอบสำนวนหรือดำเนินคดี

6.สถาบันการเงินต้องมีแนวทางหรือกระบวนการที่เหมาะสม รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารความเสี่ยง หากพบภายหลังว่าไม่ใช่ธุรกรรมผิดปกติ

ทั้งนี้ ธปท.สนับสนุนให้สถาบันการเงินนำแนวทางตามประกาศฉบับนี้ไปปรับใช้กับธุรกรรมการรับฝากเงินสด การรับฝากเช็คเงินสดเข้าบัญชี และการรับแลกธนบัตรด้วย ซึ่งธปท.อาจพิจารณาออกประกาศหลักเกณฑ์ที่ใช้กับธุรกรรมดังกล่าวต่อไป

@ ทำธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ธปท.ออกหลักเกณฑ์ให้สถาบันการเงินบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เพื่อยกระดับการดูแลความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทางกระทำผิดกฎหมายพร้อมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินสาระสำคัญ คือ หากลูกค้าทำธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน สถาบันการเงินต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น

กรณีลูกค้าต้องการถอนเงินสดที่สาขา หรือ การเบิกถอน/ขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้าต้องดำเนินการ (1) แสดงตัวตน/ข้อมูลปัจจุบัน เช่น กิจการ อาชีพ (2) แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินสด และแสดงเอกสารประกอบ (ถ้ามี)

หากลูกค้าไม่สามารถแจ้งวัตถุประสงค์/เหตุผล/ความจำเป็น หรือไม่สามารถให้เอกสาร/ข้อมูลที่จำเป็นได้ สถาบันการเงินไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดดังกล่าวให้ได้ และต้องรายงานให้ ธปท. ทราบ โดยเงื่อนไขนี้จะใช้เฉพาะการถอนเงินสดที่สาขา และการเบิกถอนหรือขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี

กรณีลูกค้าต้องการโอนเงิน หรือใช้เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชี จำนวนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป สามารถทำได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่ติดตามหรือตรวจสอบเส้นทางการเงินได้

ทั้งนี้ การตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชี ดังนั้น แม้ลูกค้าจะไม่สามารถเบิกถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทได้ (เนื่องจากไม่สามารถระบุชื่อผู้รับ/วัตถุประสงค์การใช้เงิน/ให้เอกสารประกอบ) ลูกค้ายังสามารถใช้บัญชีทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด
'เรือด่วน' ขอขึ้นค่าโดยสารอีก 2 บาท เริ่ม 7 เม.ย. เหตุดีเซลพุ่งไม่หยุด