News Logo
หน้าแรก
ส.อ.ท. ห่วงน้ำท่วมกระทบ'รถ EV' เสี่ยงแบตฯพัง แบกค่าซ่อมพุ่ง

ส.อ.ท. ห่วงน้ำท่วมกระทบ'รถ EV' เสี่ยงแบตฯพัง แบกค่าซ่อมพุ่ง

28 ก.ย. 2569 14:01
ผู้ชม 32 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ส.อ.ท.ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมไม่กระทบเป้าผลิต-ยอดขายยานยนต์ปี 69 โรงงานและซัพพลายเชนยังเดินหน้าผลิตได้ตามปกติ ห่วงรถ EV เสี่ยงแบตเตอรี่เสียหายแบกค่าซ่อมสูง

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ว่า ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการผลิตและยอดขายรถยนต์ที่อุตสาหกรรมตั้งไว้สำหรับปี 2569 โดยเชื่อว่าภาคยานยนต์จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายภายใต้แนวทาง Re-invent Thailand

อย่างไรก็ดี ภาคการผลิตรถยนต์และซัพพลายเชนส่วนใหญ่ยังสามารถเดินสายการผลิตได้ตามปกติ แม้บางโรงงานจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องฟื้นฟูพื้นที่บางส่วน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง ขณะที่ระบบขนส่งชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นหลัก ยังดำเนินการได้โดยไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ระหว่างสำรวจข้อมูลจากบริษัทสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อประเมินผลกระทบอย่างละเอียด โดยเฉพาะความเสียหายของรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งมีแนวทางการดูแลหลังเผชิญน้ำท่วมแตกต่างกัน ทั้งรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะทยอยเผยแพร่คำแนะนำเฉพาะรุ่นผ่านช่องทางของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์

นายสุวัชร์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ คือ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากหากเกิดความเสียหายต่อระบบแบตเตอรี่จากน้ำท่วม จะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมค่อนข้างสูง แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายจำนวนมากก็ตาม ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดความเสียหายได้ คือช่วงเกิดเหตุเป็นวันหยุด ทำให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเคลื่อนย้ายรถไปจอดในพื้นที่สูงหรืออาคารจอดรถได้ทัน รวมถึงได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนหลายแห่งที่เปิดพื้นที่รองรับการจอดรถชั่วคราว จึงทำให้ภาพรวมความเสียหายต่อยานพาหนะยังอยู่ในระดับจำกัด ซึ่งส.อ.ท. จะติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายอดผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศกลับมาขยายตัว ในขณะที่ยอดส่งออกลดลง โดยมียอดจำหน่ายในประเทศประมาณ 466,000 คัน แต่ตลาดรถกระบะซึ่งเป็น Product Champion ของประเทศยังหดตัวอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยลดลงประมาณ 63% ตั้งแต่ 2565 ขณะที่การส่งออกรถกระบะก็ติดลบเช่นกัน สะท้อนว่าแรงกดดันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากกำลังซื้อในประเทศ แต่เริ่มส่งผ่านมาจากตลาดส่งออกด้วย วิกฤติสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ยอดกระบะตกลงส่งผลกระทบในวงกว้างไม่เพียงแต่ผู้ผลิตรถ แต่ยังรวมไปถึง Supply Chain ระดับลึกด้วย เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่มีสัดส่วน local content สูงมาก บางยี่ห้อสูงอยู่ในระดับมากกว่า 90%

นายสุวัชร์ กล่าวถึงมติ Board EV เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาด้วยว่า ตรงกับข้อเสนอ 3 เสาหลักบางส่วนที่พูดเรื่องของการปกป้อง กระตุ้น และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ได้พูดคุยและนำเสนอกับภาครัฐมาโดยตลอด ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยการกำหนดอัตราภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งไม่มีโรงงานผลิตในประเทศ สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องในการปกป้องผู้ลงทุนและผลิตในประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งนี้อัตราภาษีที่ลดหลั่นกันตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะสามารถจูงใจให้ผู้ผลิตสนใจลงทุน และขยายฐานการผลิตรวมทั้งเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือ local content ในประเทศอีกด้วย

"ตอนนี้เรายังรอประกาศตัวเลขอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ และยังมีการศึกษาเรื่องของ local content หรือ Thai content เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Ecosystem หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกำหนดปริมาณนำเข้า หรือโควตาโดยพิจารณาจากการเชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตสร้างในประเทศไทย" นายสุวัชร์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สภาอุตสาหกรรม
รถอีวี
น้ำท่วมกรุงเทพ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท. ลงทุน Social Bond ของ BNP Paribas รายแรกในเอเชีย หนุนยั่งยืน
ปตท. ลงทุน Social Bond ของ BNP Paribas รายแรกในเอเชีย หนุนยั่งยืน