News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' นำถกทีมไทยแลนด์ที่ปารีส ขอช่วยดัน FTA ไทย-EU สำเร็จ

'อนุทิน' นำถกทีมไทยแลนด์ที่ปารีส ขอช่วยดัน FTA ไทย-EU สำเร็จ

25 พ.ค. 2569 16:17
ผู้ชม 2 คน

'อนุทิน' นำรมต.ถกทีมไทยแลนด์กลางกรุงปารีส ขอทูต-กงสุลใหญ่ ช่วยผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สำเร็จ 'ศุภจี' ยันไทยเป็น 'Heart of Asia' เชื่อมโยงการค้า-ลงทุน ในภูมิภาคเอเชีย

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ รายงานภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศส ว่า นายกฯนำคณะทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม( อว.) และนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมประชุมมอบนโยบายแก่เอกอัครราชทูต อุปทูต และกงสุลใหญ่ไทย จากสถานเอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทย และสถานกงสุลใหญ่จำนวน 24 แห่งประจำภาคพื้นยุโรป ณ สโมสร Le Cercle de L’Union Interalliée กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)

นายอนุทินกล่าวในที่ประชุมว่า โลกที่กำลังเผชิญความขัดแย้งและการแข่งขันทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ยุโรปจะไม่ใช่แค่ตลาดส่งออกของไทยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้สินค้าไทย การลงทุนไทย และคนไทยในอนาคต พร้อมเดินหน้า “การทูต 2.0” เชื่อมเศรษฐกิจ การค้า เทคโนโลยี พลังงาน และความมั่นคงเข้าด้วยกัน โดยย้ำว่าการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) จะเป็นกุญแจสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุน เทคโนโลยี และงานคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย

ด้านเอกนิติกล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของไทยในสายตานักลงทุนโลก คือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองท่ามกลางโลกที่ผันผวน ทั้งนี้ ไทยและยุโรปมีทิศทางด้านพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียวสอดคล้องกัน ทำให้ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด อีกทั้งการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF/World Bank Annual Meetings 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะแสดงศักยภาพในเวทีเศรษฐกิจโลกด้วย

ขณะที่ นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอให้เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และทีมไทยแลนด์ ร่วมกันผลักดัน และสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-EU ในทุกมิติ ทั้งการชี้แจงผลประโยชน์ ความร่วมมือการค้า การลงทุน การรับมือกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะเกิดขึ้นจากการทำ FTA เพื่อเร่งสรุปผลการเจรจาให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

นางศุภจีกล่าวว่า โลกปัจจุบัน ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก ต้องสร้างสมดุลทางการค้า ภายใต้แนวทางที่ไทยเป็นมิตรกับทุกฝ่ายและดำเนินความร่วมมือบนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดและการลงทุนใน EU เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมของไทย

นางศุภจีกล่าวว่า ปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับ EU โดยจะมีการเจรจารอบที่ 9 ในเดือนมิถุนายนนี้ ที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งไทยตั้งเป้าเจรจาให้จบโดยเร็ว เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป ไม่เช่นนั้น ไทยจะเสียเปรียบคู่แข่ง อาทิ เวียดนามและสิงคโปร์ ที่มี FTA กับ EU แล้ว

นางศุภจีกล่าวว่า ขณะนี้การเจรจา FTA ไทย-EU มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง สามารถสรุปผลได้แล้ว 11 ข้อบท จากทั้งหมด 24 ข้อบท ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องหารือเพิ่มเติม จึงจัดการประเด็นต่าง ๆ เป็นคลัสเตอร์ อาทิ กฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม พลังงาน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการค้าดิจิทัล เพื่อให้เห็นบริบทความเชื่อมโยงในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ทีมไทยแลนด์ช่วยสื่อสารจุดแข็งของไทยและสร้างความเชื่อมั่นถึงความตั้งใจจริงของไทยในการผลักดัน FTA ไทย-EU ให้สำเร็จ

"ขอความร่วมมือจากคณะทูตในการชี้แจงผู้ประกอบการในยุโรปว่าไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุน และเป็นแหล่งนำเข้าให้กับ EU หลังจากที่ EU ต้องกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งนำเข้าเดิม โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม อาหารแปรรูปมูลค่าสูง และสินค้าเกษตรแปรรูป โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่ายให้ได้เจอกันและทำธุรกิจร่วมกันต่อไป"นางศุภจีกล่าว

นางศุภีกล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพเป็นหุ้นส่วนสำคัญของยุโรปในด้านความมั่นคงอาหาร (Food Security) สุขภาพ (Health) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ โดยไทยกำลังเร่งปรับโครงสร้างด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย เป็น Heart of Asia สามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI ปฏิวัติแรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงาน องค์กรลดรับเด็กจบใหม่
AI ปฏิวัติแรงงานไทย 8.7 ล้านคนเสี่ยงตกงาน องค์กรลดรับเด็กจบใหม่