สภาผู้บริโภคปูดค่าการตลาดดีเซลพุ่ง 10 บาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลด จี้หั่นค่าตลาดดีเซลอยู่ที่ 1.5 บาท ส่วนเบนซินที่ 1.85 บาท
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน สภาองค์กรของผู้บริโภค(สภาผู้บริโภค) เผยแพร่ข้อมูลค่าการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันไม่ลดลงตามความเหมาะสม โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เมษายน ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงถึง 9 บาท/ลิตร นั่นแปลว่าเราควรได้ใช้ดีเซลในราคาลิตรละ ประมาณ 42 บาท แต่ราคาหน้าปั๊มกลับลดลงแค่ 2.14 บาท/ลิตร อยู่ที่ราคา 48.40 บาท/ลิตร เพราะมีการปรับขึ้นค่าการตลาดขึ้นเป็น 10 บาท/ลิตร (สูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย)
ส่วนราคาเบนซินหน้าโรงกลั่นวันที่ 9 เมษายน ลดลง 3 บาทจากวันที่ 8 เมษายน แต่ราคาเบนซินกลับไม่ลดลง เพราะค่าการตลาดปรับเพิ่มขึ้นมาอีก 3 บาท/ลิตรนวมเป็นกว่า 6 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคไม่ต้องใช้น้ำมันแพง และได้ใช้น้ำมันในราคาที่เป็นธรรม สภาผู้บริโภคเสนอให้รัฐบาลควบคุมค่าการตลาด สำหรับน้ำมันดีเซลที่ราคา 1.5 บาท และน้ำมันเบนซินที่ 1.85 บาท(ตามมติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563)
รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลเมื่อวันที่ 9 เมษายนเพิ่มขึ้นมากนั้น เป็นไปตามกลไกตลาดเนื่องจากคืนวันที่ 8 เมษายน น้ำมันดเซลที่ตลาดสิงคโปร์ลดลง 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ช่วงเย็นกองทุนน้ำมันจึงดึงเงินออกจะมีผลอีกวัน กลับกันช่วงราคาน้ำมันดีเซลขึ้น ค่าการตลาดติดลบผู้ค้าขาดทุน ช่วงเย็นกองทุนฯจะใส่เงินให้ เป็นกลไกปกติ




