อีอีซี-UTA-กองทัพเรือ คิกออฟลุยพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-เมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 2.9 แสนล้าน หลังยอมยกเว้นเงื่อนไขที่ผูกติดกับไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี โดยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานอีอีซี พล.ร.อ.อาภา ชพานนท์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา พล.ร.ต.พิทักษ์ เทพทา ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือ และผู้บริหารระดับสูง จากบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA อาทิ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ
นายกวิน กาญจนพาสน์ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา นายคง ชิ เคือง นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการบริหาร และนายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเริ่มการก่อสร้างโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
นายจุฬา กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการฯ ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน หลังจากสำนักงานอีอีซี ได้ลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมกับ UTA เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา และ UTA ได้ตกลงที่จะยกเว้นเงื่อนไขในสัญญาบางประการที่ผูกติดอยู่กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาในส่วนของงานสนับสนุนโครงการฯ ได้ก่อน อันจะเป็นการเร่งรัดการพัฒนาโครงการในภาพรวม
นายจุฬา กล่าวว่า จากนี้ไป UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport Terminal , Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักก่อน เพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารและสร้างโอกาสดึงดูดนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีต่อเนื่อง นอกจากนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 รวมทั้งมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญรองรับภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา - บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้ โดยสำนักงานอีอีซี ในฐานะคู่สัญญา จะดำเนินการติดตาม กำกับ และสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกรอบแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนต่อไป
"โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่าการลงทุนประมาณ 2.9 แสนล้านบาท เป็นหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับเรือธงของรัฐบาล จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวในพื้นที่อีอีซี ให้เป็นศูนย์กลางสำหรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีขั้นสูงที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในพื้นที่ พัฒนาเมือง สร้างสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ทันสมัย รวมไปถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย และสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน" นายจุฬา กล่าว




