ธปท. เผยเศรษฐกิจไทย ก.พ. ชะลอตัวหนัก เหตุจากส่งออก-ท่องเที่ยว-การบริโภคลดลง พิษสงครามตะวันออกกลางฉุดความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ เกือบทุกหมวดกังวลต้นทุนพลังงาน-ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที 31 มีนาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่า เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการส่งออกสินค้าและรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งในส่วนของการผลิตและบริการ
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลดลง 2.3% หลังจากที่เคยเร่งตัวขึ้นจากปัจจัยชั่วคราวในเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกัน รายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ปรับตัวลดลง 1.8% จากเดือนก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่เผชิญกับความท้าทาย
ในด้านอุปสงค์ภายในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลดลง 1.8% หลังจากที่ผู้บริโภคเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 1.9% จากเดือนก่อน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐมีการขยายตัวถึง 11.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง
สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ติดลบ 0.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านอุปทานโดยเฉพาะในหมวดอาหารสด ขณะที่หมวดพลังงานทรงตัว ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวกที่ 0.56% ใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเกินดุลการค้า
น.ส.ชญาวดี ยังได้เน้นย้ำถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปว่า มีความเสี่ยงจากผลกระทบของสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ดันอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพให้เพิ่มขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัวลง ก็จะกระทบต่อภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยความรุนแรงของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้ง
ผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจระหว่างวันที่ 1-24 มีนาคม 2569 ยืนยันว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบให้ความเชื่อมั่นของธุรกิจไทยปรับลดลงจากเดือนก่อนอย่างชัดเจน เมื่อมองไปในอีก 3 เดือนข้างหน้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจลดลงในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่ไม่ใช่ภาคการผลิต เช่น กลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร ที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลของนักท่องเที่ยว ส่วนในภาคการผลิต ความเชื่อมั่นที่ลดลงพบในกลุ่มผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงกลุ่มการผลิตเหล็ก ซึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนวัตถุดิบ




