News Logo
หน้าแรก
ผู้ว่าฯ กฟภ.ใช้ดุลพินิจโดยชอบ เลิกประมูลก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย

ผู้ว่าฯ กฟภ.ใช้ดุลพินิจโดยชอบ เลิกประมูลก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย

18 มี.ค. 2569 15:03
ผู้ชม 71 คน

ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลพิพากษากลับให้ 'ยกฟ้อง' การเลิกประกาศประกวดราคาโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 KV มูลค่า 1.7 พันล้าน ของผู้ว่าการ กฟภ. เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ หากให้ดำเนินการจัดจ้างต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. และที่ผ่านมายังไม่มีการประกาศผลผู้ชนะ

ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลยกฟ้องคดีที่ กฟภ.อุทธรณ์คดีที่ศาลปกครองชั้นต้นที่พิพากษาให้เพิกถอนประกาศ กฟภ. เรื่องยกเลิกประกวดราคาโครงการจ้างก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ตามที่บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง ยื่นฟ้องในฐานะผู้เสนอราคาต่ำสุด โดยศาลระบุว่า หากให้มีการดำเนินการจัดจ้างโครงการต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. ซึ่งการจัดจ้างโครงการนี้มีวงเงินสูงถึง 2,000 ล้านบาท และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดย กฟภ. ยังไม่ได้มีการประกาศผลผู้ชนะจ้าง ดังนั้น การยกเลิกการประกวดราคาตามที่ผู้ว่าการ กฟภ. เห็นชอบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อุทธรณ์คดีที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนประกาศ กฟภ. เรื่องยกเลิกประกวดราคาโครงการจ้างก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท ตามที่บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง ยื่นฟ้องในฐานะผู้เสนอราคาต่ำสุด

ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กฟภ.ได้ออกประกาศประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างตามโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ยื่นเสนอราคาจำนวน 4 ราย คือ 1. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 3. Gunkul Consortium และ 4. Consortium ZTT

คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เห็นว่า บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น ไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากยื่นผลงานก่อสร้างในนามกลุ่มร่วมค้า (Consortium) ซึ่งไม่สามารถแยกเป็นผลงานของบริษัทผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งได้ และเนื่องจากเอกสารทางเทคนิคของอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขใน TOR และ Consortium ZTT ไม่ผ่านการพิจารณา เนื่องจากหนังสือรับรองการขายอุปกรณ์ DTSS ออกจากผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มีที่ทำการในประเทศไทย

ในขณะที่ Gunkul Consortium และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและรายละเอียดทางด้านเทคนิคถูกต้องตามเงื่อนไขประกวดราคา โดย Gunkul Consortium เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติซึ่งเสนอราคาต่ำสุดและได้เสนอราคาต่อหน่วยที่มีความเหมาะสม จึงเห็นควรอนุมัติจ้าง Gunkul Consortium ให้เป็นผู้ดำเนินการงานจ้างเหมาก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม ต่อมา กฟภ.ได้ออกประกาศยกเลิกประกวดราคาการจ้างโครงการ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากเอกสาร TOR ระบุเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นตัวแทนจำหน่าย หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับอุปกรณ์จำนวน 4 รายการ ไม่เป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด และไม่สอดคล้องตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (2)

ผลจากการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวทำให้ผู้ยื่นข้อเสนอบางรายไม่ผ่านคุณสมบัติ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เสนอราคาสูงกว่าในลำดับถัดไป พบว่ามีราคาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ หากทำการจัดจ้างตามเอกสารประกวดราคาซึ่งมีเงื่อนไขไม่เปิดโอกาสการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือมีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกันต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ กฟภ.จึงอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 53 และพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 67 (3) ยกเลิกการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการ

จากข้อเท็จจริงจึงเป็นกรณีที่ผู้ว่าการ กฟภ. ได้พิจารณาผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนมีคำสั่งซื้อหรือสั่งจ้างหรือเสนอผู้มีอำนาจเพื่อมีคำสั่งซื้อหรือสั่งจ้างต่อไป อันเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามนัยข้อ 55 (4) ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

และโดยที่ผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ได้มีความเห็นกรณีผู้ยื่นข้อเสนอราคาที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากหนังสือรับรองการขายอุปกรณ์ออกจากผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มีที่ทำการในประเทศไทยมีเพียงรายเดียว คือ Consortium ZTT ในรายการอุปกรณ์ Distributed Temperature and Strain Sensing (DTSS) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า อุปกรณ์ DTSS ไม่ใช่อุปกรณ์ที่เป็นสาระสำคัญในการก่อสร้างหรือติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำของโครงการฯ

การกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนจำหน่าย หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย หรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในอุปกรณ์ DTSS และทำให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นำหลักเกณฑ์มาพิจารณาและส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าร่วมประกวดราคา จึงไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างที่ประสงค์ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกันตามนัยมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงเห็นได้ว่า หากให้มีการดำเนินการจัดจ้างโครงการต่อไปย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กฟภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ

เมื่อพิจารณาประกอบกับงบประมาณในการจัดจ้างตามกรณีพิพาทนี้มีวงเงินสูงถึง 2,133,055,700 บาท และกรณียังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดย กฟภ. ยังไม่ได้มีการประกาศผลผู้ชนะจ้าง เพื่อประโยชน์ของ กฟภ. กรณีจึงมีเหตุผลอันสมควรที่ กฟภ.จะยกเลิกการประกวดราคา การที่ผู้ว่าการ กฟภ. เห็นชอบให้ดำเนินการยกเลิกประกวดราคางานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ

ดังนั้น การที่ กฟภ. โดยผู้อำนวยการกองจัดการงานระบบไฟฟ้าออกประกาศการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เมษายน 2563 จึงเป็นการกระทำโดยชอบด้วยมาตรา 67 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และข้อ 53 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แล้ว

การที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนประกาศ กฟภ. เรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี เพื่อทดแทนและเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ลงวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยให้มีผลนับแต่วันที่มีประกาศดังกล่าวนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ยกฟ้อง

อนึ่ง คดีดังกล่าวนี้บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง ยื่นฟ้อง กฟภ. กับผู้ว่าการ กฟภ. กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณี กฟภ.ได้มีประกาศเรื่อง ยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างลายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ตามโครงการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ทำให้บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำที่สุดได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

ต่อมาศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนประกาศ กฟภ. เรื่องยกเลิกประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานจ้างเหมาก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ 115 เควี ของโครงการนี้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่มีประกาศดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้ทาง กฟภ.กำหนดราคากลางอยู่ที่ 1,766.73 ล้านบาท โดยมีผู้ยื่นเสนอราคา 4 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท อินเตอร์ลิงค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เสนอราคา 1,229.97 ล้านบาท 2. กลุ่ม Consortium ZTT เสนอราคา 1,234.94 ล้านบาท 3.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ (ITD) จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 1,677.76 ล้านบาท และ 4.กลุ่ม Gunkul Consortium เสนอราคาที่ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 1,668.28 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัท อินเตอร์ลิงค์ คอมมิวนิเคชั่น และกลุ่ม Consortium ZTT ไม่ผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดใน TOR ทำให้ กลุ่ม Gunkul Consortium ซึ่งเสนอราคาต่ำกว่าบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ เป็นเงิน 9.48 ล้านบาท ทำให้บริษัท Gunkul Consortium เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด ต่อมา กฟภ.ได้ประกาศยกเลิกการประมูลเป็นครั้งที่ 3 บริษัท กันกุลฯ จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง

นอกจากนี้ ในโครงการดังกล่าว บริษัท อินเตอร์ลิงค์ คอมมิวนิเคชั่น ยังได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ให้สอบคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจัดจ้างโครงการก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่และใช้อำนาจโดยมิชอบ

บริษัท อินเตอร์ลิงค์ฯ ให้เหตุผลว่า การพิจารณาให้ Gunkul Consortium  เป็นผู้ชนะการประมูล ครั้งที่ 1 พบการกระทำโดยมิชอบเกี่ยวกับการพิจารณาด้านเทคนิค 4 ข้อ ที่ไม่ถูกต้องของ Gunkul Consortium และอิตาเลียนไทยฯ และจงใจเอื้อให้อิตาเลียนไทยฯ ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคบางข้อ ซึ่งอาจมีเจตนาเพื่อให้เป็นคู่เทียบราคากับ Gunkul Consortium ที่เป็นผู้ชนะประมูลหรือไม่ หรือเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้เสนอราคาบางรายหรือไม่ ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ รวมทั้งเอกชนผู้เข้าเสนอราคา

นอกจากนั้น ในการประกวดราคา ครั้งที่ 2 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด และได้มีการต่อรองราคา แต่ กฟภ.กลับขอให้บริษัทขยายเวลาของหนังสือค้ำประกันการเสนอราคาฯ และขอให้ขยายระยะเวลาการยืนราคาของงานจ้างเหมาก่อสร้างออกไปรวม 8 ครั้ง ครั้งสุดท้ายขอให้ขยายระยะเวลาการยืนราคาของงานจ้างเหมาก่อสร้างออกไปถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 และยังไม่มีการประกาศผู้ชนะการเสนอราคาเเต่อย่างใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กฟภ.
ก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำเกาะสมุย
เกาะสมุย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

CP-XJTLU เตรียมเปิดสอนหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการ เรียนรู้พร้อมทำงาน
CP-XJTLU เตรียมเปิดสอนหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการ เรียนรู้พร้อมทำงาน