News Logo
หน้าแรก
ปัญหาไทยพีบีเอสอยู่ที่วินัยการคลังหรือประสิทธิภาพในการบริหาร

ปัญหาไทยพีบีเอสอยู่ที่วินัยการคลังหรือประสิทธิภาพในการบริหาร

1 ต.ค. 2569 20:03
ผู้ชม 44 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เมื่อคืนเล่นเอานอนไม่หลับเลยค่ะ

หลายคนที่รอดหรือไม่วุ่นวายกับภาวะน้ำท่วมคงได้เห็นข่าวการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย กับคณะ

.

ร่างนี้เป็น ร่างการเงิน นะคะ เป็นการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส เพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ ที่เรียกกันว่า ภาษีบาป หรือ Earmarked Tax มาเป็นเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยให้เหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ เป็นประเด็นที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน

.

หลักวินัยการเงินการคลังเป็นหลักการสำคัญของรัฐสมัยใหม่ และการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญ

.

แต่คำถามสำคัญที่ต้องถามก็คือ การเปลี่ยนแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอสจะสามารถแก้ปัญหาด้านวินัยการเงินการคลังได้จริงหรือ

.

ปัญหาหลักของไทยพีบีเอสในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ที่กลไกการจัดเก็บรายได้ - ปัญหามีทุกองค์กรละค่ะ วิจารณ์กันอยู่เสมอทั้งโดยคนในและจากคนนอก ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการบริหาร การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล คุณภาพและความหลากหลายของเนื้อหา ตลอดจนการสร้างคุณค่าต่อสังคม แต่ถามจริงว่าการเปลี่ยนระบบรายได้จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่

.

ในความเห็นของคนที่สัมผัสกับองค์กรนี้มานานพอสมควร บอกได้เลยว่าไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา แต่กลับไปเปลี่ยนเงื่อนไขสำคัญของการดำรงอยู่ในฐานะ สื่อสาธารณะ

.

เรื่อง สื่อสาธารณะ นี่ คนเข้าใจก็เข้าใจค่ะ ไม่เข้าใจก็ต้องคุยกันยาว อันนี้ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัญหาของไทยพีบีเอส ที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจแค่ว่า สื่อสาธารณะคือไม่มีโฆษณา

.

มาว่ากันต่อค่ะ… เงินบำรุงหรือแหล่งเงินรายได้ของไทยพีบีเอสตามกฎหมายเดิมไม่ได้กำหนดขึ้นเพียงเพื่อให้ไทยพีบีเอสมีรายได้ที่มั่นคง แต่เป็นกลไกที่ออกแบบขึ้นเพื่อสร้าง ความเป็นอิสระ ทั้งจาก อำนาจรัฐ และแรงกดดันทางตลาด ที่เรียกกันว่า อำนาจทุน เพราะภารกิจของสื่อสาธารณะคือการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน และคนที่ไม่มีโอกาสส่งเสียงในสังคม ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลหรือผู้สนับสนุนทางธุรกิจ

.

ดังนั้น การพิจารณาเรื่องรายได้ของไทยพีบีเอสจึงไม่ควรมองเพียงมิติทางการเงินการคลัง แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับ หลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ด้วย

.

ประเด็นสำคัญคือ วินัยการเงินการคลังไม่ควรถูกตีความว่า ทุกองค์กรของรัฐต้องมีรูปแบบทางการเงินเหมือนกันทั้งหมด เพราะสถาบันหรือองค์กรแต่ละประเภทถูกออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกัน ศาล องค์กรอิสระ มหาวิทยาลัย หรือองค์กรสาธารณะบางประเภท ล้วนมีรูปแบบการคุ้มครองความเป็นอิสระที่แตกต่างกันตามภารกิจ

.

สื่อสาธารณะก็เช่นเดียวกัน ความเป็นอิสระไม่ใช่สิทธิพิเศษขององค์กร แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบ ให้ข้อมูล และสร้างพื้นที่สาธารณะได้

.

หากเห็นว่าไทยพีบีเอสมีปัญหา แนวทางที่เหมาะสมควรเป็นการปฏิรูป ไม่ใช่การลดทอนหลักประกันที่ทำให้สื่อสาธารณะสามารถดำรงอยู่ได้

.

การปฏิรูปควรมุ่งไปที่การยกระดับธรรมาภิบาล การปรับโครงสร้างการบริหาร การกำหนดบทบาทใหม่จากสถานีโทรทัศน์ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ความรู้ และการสื่อสารสาธารณะของประเทศ รวมถึงการวัดผลด้วยคุณค่าที่สร้างให้กับประชาชน มากกว่าจำนวนผู้ชม

.

คำถามที่ประเทศไทยควรถามจึงไม่ใช่เพียงว่า ไทยพีบีเอสควรได้เงินจากแหล่งใด แต่คือ ประเทศไทยยังต้องการสื่อสาธารณะหรือไม่ และ ต้องการให้สื่อสาธารณะทำหน้าที่อะไรในอนาคต

.

เอาจริงนะคะ พยายามคิดท้้งคืน ก็ยังไม่เห็นว่า การมีเงินบำรุงไทยพีบีเอสทำให้เกิดปัญหาทางการคลังอย่างไร มีความเสียหายต่อระบบงบประมาณอย่างไร และการเปลี่ยนเป็นงบประมาณรายปีจะทำให้เกิดประโยชน์ทางการคลังที่ชัดเจนเพียงใด

.

แต่ที่แน่ ๆ การเปลี่ยนแหล่งที่มาของรายได้โดยอ้างความเคร่งครัดในการรักษาวินัยการเงินการคลังแบบนี้ เป็นความเสี่ยงต่อหลักประกันความเป็นสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอสอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสื่อสาธารณะ ความสามารถในการวางแผนระยะยาวขององค์กร หรือความกล้าหาญที่จะนำเสนอเนื้อหาที่อาจกระทบผู้มีอำนาจ

.

การเปลี่ยนแหล่งเงินรายได้อาจเป็นเพียง การแก้ปัญหาทางระบบงบประมาณ (ตามอ้าง) แต่การรักษาสื่อสาธารณะเป็นเรื่องของ การรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางประชาธิปไตยของสังคม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมืองหลวงจมบาดาลจากฝน 300 มิลลิเมตร: โจทย์ท้าทายผู้นำ
เมืองหลวงจมบาดาลจากฝน 300 มิลลิเมตร: โจทย์ท้าทายผู้นำ