News Logo
หน้าแรก
การประท้วงรุนแรงในฝรั่งเศสภายใต้กระแสชาตินิยมขวาจัดยุโรป

การประท้วงรุนแรงในฝรั่งเศสภายใต้กระแสชาตินิยมขวาจัดยุโรป

26 ต.ค. 2569 10:05
ผู้ชม 9 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยี่ได้ย่อโลกลงเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ที่อะไรเกิดขึ้นไม่ว่ามุมใดของโลกย่อมส่งผลกระทบต่อประชาคมโลกโดยรวมไม่มากก็น้อย

เหตุการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วที่กลายมาเป็นการจลาจลที่มีการเผาอาคารราชการและการเข้าทำลายและแย่งชิงข้าวของในร้านค้านับพันแห่ง การปะทะด้วยกำลังรุนแรงระหว่างตำรวจปราบจลาจลและผู้ประท้วง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกันจำนวนมากในแต่ละฝ่าย และตำรวจต้องจับกุมผู้ร่วมประท้วงกว่า 2,500 คน

ทางการประเมินว่าผู้ร่วมประท้วงทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 550,000 คน โดยไม่ต่ำกว่า 200,000 คนประท้วงในกรุงปารีส ที่สำคัญคือ มีผู้แฝงตัวเข้าร่วมในกลุ่มผู้ประท้วงอันนำไปสู่ความรุนแรงที่ควบคุมไม่อยู่ถึงกว่า 30,000 คน ทั้งนี้ ตำรวจเองก็ยอมรับว่า ไม่สามารถรับมือกับผู้ตั้งใจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ส่งผลให้รัฐมนตรีมหาดไทยต้องประกาศแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ถูกประธานาธิบดียับยั้งไว้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่ยังพร้อมจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้

และในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีการเดินขบวนประท้วงในฝรั่งเศสและประเทศในยุโรปกันอีกตามคาดหมาย แต่ครั้งนี้ตำรวจและร้านค้าต่างๆ มีการเตรียมการรับมือที่ดีขึ้น ในกรุงปารีสมีกำหนดเคอร์ฟิวและพื้นที่ห้ามเข้า ส่วนร้านค้าในพื้นที่ประท้วงก็มีการสร้างโครงสร้างป้องกันการบุกรุกแน่นหนา ทำให้การประท้วงส่วนมากเป็นไปอย่างเรียบร้อย มากกว่าสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ยังมีการปะทะและเผาทำลายข้าวของในตอนท้ายก่อนปิดประท้วงกันพอสมควรในเมืองหลักๆ ในฝรั่งเศส อิตาลี สเปนเบลเยี่ยม และอัลเบเนีย

@ต้นเหตุของปัญหาของฝรั่งเศส

•ในฝรั่งเศสการประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนก.ย. จากบรรดานักเรียนมัธยมทางฝั่งด้านเหนือของกรุงปารีสที่ไม่พอใจสภาพโรงเรียนและคุณภาพการเรียนการสอนที่เสื่อมถอยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยไม่มีการเอาใจใส่ดูแล

จากนั้นก็มีการผสมโรงโดยกลุ่มคนที่ไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับค่าจ้างแรงงาน การคอรัปชั่น และปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐอื่นๆ อาทิ ปัญหาหนี้สิน ดอกเบี้ยสูง ซึ่งถูกซ้ำเติมโดยปัญหาราคาแก๊สและน้ำมันที่สูงขึ้นกว่า 30% สืบเนื่องจากสงครามอิหร่าน โดยที่รัฐบาลไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน แถมกำลังพิจารณาเสนองบประมาณปี 2027 เพื่อตัดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมออกไปกว่า 50,000 ล้านยูโร (เพื่อรักษาอัตราการขาดดุลงบประมาณไม่ให้เกิน 5% ของ GDP)

•รัฐบาลฝรั่งเศสเชื่อว่า กลุ่มการเมืองในปีกซ้ายจัด(far left) และกลุ่มเสื้อกั๊กสีเหลือง (yellow vest) ซึ่งเป็นแกนนำการประท้วงค่าครองชีพครั้งใหญ่เมื่อปี 2019 เป็นผู้ยุยงให้ผู้ประท้วงใช้ความรุนแรง

•เป็นที่น่าสนใจว่า ภายใต้สถานะการณ์เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง หนี้สินสูง และขาดดุลงบประมาณจำนวนมาก แต่รัฐบาลถูกกดดันไม่ให้ลดงบประมาณรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมหรือเพิ่มอัตราภาษี (เพราะจะไปซ้ำเติมประชาชน) ความสมดุลของงบประมาณที่จะต้องจัดทำออกมาจะมีหน้าตาจะเป็นอย่างไร และปัญหาทั้งด้านกายภาพและคุณภาพการศึกษาที่ถือเป็นสัญญาประชาคมพื้นฐานจะมีแนวทางที่จะแก้ไขกันอย่างไร

@ผลกระทบทางการเมืองภายในและการเมืองระหว่างประเทศ

•เหตุการณ์ความไม่สงบในยุโรปครั้งนี้คงไม่สามารถพูดอย่างเต็มปากเต็มคำได้ว่า มีต้นเหตุหลักมาจากฝรั่งเศสแล้วลุกลามไปยังประเทศอื่น เนื่องจากแต่ละประเทศก็ล้วนมีปัญหาเฉพาะหน้าที่เป็นสาเหตุการประท้วงที่แตกต่างกัน อาทิ ปัญหาเบื้องต้นของการประท้วงในสเปนและโปรตุเกสเริ่มมาจากปัญหาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าบ้าน ส่วนสาเหตุของการประท้วงในฝรั่งเศสเริ่มจากเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของการศึกษา แล้วจึงขยายมาเป็นปัญหาปากท้อง เงินเฟ้อ การตกงาน สวัสดิการสังคม ฯลฯ คล้ายๆ กับที่เกิดในเบลเยี่ยมและอิตาลี และจริงๆ แล้วการประท้วงใหญ่ขับไล่รัฐบาลที่อัลเบเนียเกิดมาแล้วเป็นปี

แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คืออิทธิพลของสื่ออิเล็คโทรนิคที่เป็นตัวเร่งกระแสการประท้วงให้ลุกลามในรูปของการเลียนแบบ (copy cat)ได้อย่างรวดเร็ว

•เหตุการณ์ความวุ่นวายในยุโรปแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางในสังคมแต่ละประเทศที่ล้วนสืบเนื่องมาจากความปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดในการบริหารนโยบายของรัฐบาลและอีกส่วนหนึ่งมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะกระแสสังคมผู้สูงอายุ (aging siciety) ที่ทำให้มีผู้รอรับสวัสดิการมากกว่าผู้เป็นกำลังผลิตในสังคม และเมื่อต้องเผชิญปัญหาที่ไม่ได้คาดคิด เช่น การระบาดของโควิด สงครามยูเครน สงครามอิหร่าน ก็ยิ่งทำให้กระแสความไม่พอใจในสังคมเพิ่มความรุนแรงและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลอย่างรวดเร็ว

•สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดในยุโรปขณะนี้คือ กระแสความนิยมของพรรคการเมืองขวาจัดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเป็นกระแสที่เน้นความเป็นชาตินิยม การต่อต้านผู้อพยพเข้าเมือง การต่อต้านสงคราม และแนวโน้มการปกครองแบบอำนาจนิยมที่เฉียบขาดรวดเร็ว มาแทนที่แนวทางประชาธิปไตย โดยอาศัยการชนะเลือกตั้งมาเป็นตัวอ้างอิงเสียงของประชาชน

•เป็นที่คาดการณ์กันว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งหน้า พรรค National Rally ภายใต้การนำของ Marine Le Pen ซึ่งยึดถือ

นโยบายขวาจัดจะชนะการเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน ซึ่งเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของฝรั่งเศสแบบหวือหวา อาทิ การลดความสำคัญของนาโต้ (NATO) การถอนการสนับสนุนยูเครน และการปิดรับผู้ลี้ภัย รวมถึงการกำหนดมาตรการกีดกันสินค้าจากต่างประเทศ

การเผชิญหน้าที่รุนแรงระหว่าง

ฝ่ายขวาจัด-ฝ่ายซ้ายจัด ขณะที่พรรคที่จุดยืนตรงกลาง (centrist) เช่นพรรคของประธานาธิบดีมาครองก็จะค่อยๆ หายไปจากศูนย์อำนาจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายมาเป็น

กระแสหลักของยุโรปในปัจจุบัน ซึ่งจะกระทบต่ออำนาจหน้าที่การทำงานของประชาคมยุโรป (EU) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

@บทเรียนสำหรับประเทศไทย

•การเรียกร้องของบรรดานักเรียนในฝรั่งเศสให้ปรับปรุงระบบการศึกษาครั้งใหญ่มีความสำคัญและควรต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่า ประเทศไทยจะสามารถนำมาใช้ปรับปรุงระบบการศึกษาไทย ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศได้แค่ไหน/อย่างไร

โดยเฉพาะการข้ามกับดักสำคัญจากภาคการเมือง ที่มักจะทำอะไรเพียงเพื่อผลระยะสั้น (ไม่เกินการเลือกตั้งครั้งต่อไป) และข้อเท็จจริงที่การศึกษาเป็นการวางรากฐานความมั่นคงระยะยาว จึงมักจะถูกฝ่ายการเมืองมองข้ามหรือมอบความสำคัญระดับต่ำ เมื่องบประมาณมีจำกัด

แต่สำหรับผลกระทบในการ กระตุ้นให้นักเรียนนักศึกษาไทย ออกมาประท้วงรัฐบาลยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เนื่องจากบริบทสังคมไทยกับยุโรปแตกต่างสูงไม่เหมือนกับช่วงกระแสประท้วงของเยาวชนยุค “ชาไข่มุก”ในประเทศเอเชียในทศวรรษที่ผ่านมา

•การก้าวขึ้นมาของกลุ่มขวาจัดในฝรั่งเศส เยอรมัน และประเทศขนาดกลางและเล็กรวมถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองในหลายประเทศน่าจะนำไปสู่การถกเถียงและความไม่ชัดเจนเรื่องนโยบายต่างประเทศและบทบาทของ EU ซึ่งประเทศไทยต้องพยายามจับกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ดี เนื่องจากจะส่งผล

กระทบต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรีที่กำลังดำเนินอยู่อย่างรีบเร่งในตอนนี้

เราต้องมีความเข้าใจให้ชัดเจนว่า การเปลี่ยนผู้นำจาก“สายกลาง” มาเป็น“ชาตินิยมขวาจัด”ในยุโรปส่งผลต่อการตีความในเรื่องผลประโยชน์ของประเทศ (national interests)มากแค่ไหน และไทยเราต้องมีการปรับเปลี่ยนท่าทีกันอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คะแนน Engagement ปลอมๆ กับความยั่งยืน
คะแนน Engagement ปลอมๆ กับความยั่งยืน