เพจชมรมSTRONGต้านทุจริตฯ เปิดเอกสารลับชี้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย กทม. มีมูลความเสียหาย เสนอส่ง ป.ป.ช. แต่ผลวินัยกลับยุติเรื่องหลายราย สตง.ยัน Next News ผลสอบจริง
แหล่งข่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ได้เผยแพร่เอกสารลับ สตง. ชี้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย กทม. มีมูลความเสียหาย เสนอส่ง ป.ป.ช. แต่ผลวินัยกลับยุติเรื่องหลายราย ยืนยันว่าเป็นข้อมูลจริง
โดยข้อมูลที่ เพจเฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย นำมาเปิดเผยมาจากเอกสารผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรณีโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายของกรุงเทพมหานคร (ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์) ซึ่งพบข้อเท็จจริงและข้อสังเกตที่สังคมควรร่วมกันติดตามอย่างใกล้ชิด
สตง. ระบุว่า การกำหนดราคากลางและกระบวนการจัดซื้อมีพฤติการณ์ที่ส่อให้เกิดการแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม และก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร
ผลการตรวจสอบพบว่า บริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาบางรายได้รับการติดต่อให้จัดทำใบเสนอราคาเพื่อใช้กำหนดราคากลาง ทั้งที่ไม่ได้รับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Spec) ไม่ทราบวงเงินงบประมาณ และไม่ได้รับเอกสาร TOR แต่อย่างใด
มีพยานให้การตรงกันว่า การจัดทำใบเสนอราคาใช้เพียงรายการครุภัณฑ์จำนวน 11 รายการ โดยไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคประกอบ แต่กลับถูกนำไปใช้เป็นฐานในการกำหนดราคากลางของโครงการ
สตง. ชี้ว่าราคาที่จัดซื้อสูงกว่าราคาที่ควรจะเป็น และประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้ไม่น้อยกว่า 810,500 บาท
สตง. เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเสนอให้แจ้งเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ระบุว่า อย่างไรก็ตาม เหตุใดผลการสอบสวนทางวินัยจึงยุติเรื่องบุคคลจำนวนมาก ทั้งที่ สตง. เห็นว่ามีมูลความเสียหายและเสนอส่ง ป.ป.ช.
จากเอกสารการสอบสวนทางวินัยที่ปรากฏ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากได้รับการพิจารณาว่า “ไม่เป็นการกระทำผิดวินัย” และให้ยุติเรื่อง ขณะที่มีเพียงบางรายเท่านั้นที่ถูกลงโทษทางวินัยในระดับไม่ร้ายแรง
ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารยังระบุว่า ผู้บังคับบัญชาหลายระดับ “เห็นพ้องตามความเห็นของสำนักงานการเจ้าหน้าที่” ในการพิจารณาผลสอบดังกล่าว
โดยมีการไล่เรียงข้อเท็จจริงจากเอกสารราชการทีละประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 : จุดเริ่มต้นของเรื่อง
กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ดำเนินโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์เสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย จำนวน 11 รายการ วงเงินประมาณ 4.9 ล้านบาท
ก่อนการจัดซื้อ มีการขอใบเสนอราคาจากเอกชนเพื่อนำมาใช้กำหนดราคากลาง แต่จากการสอบสวนพบว่า...เอกชนหลายรายให้การตรงกันว่า
▪️ ได้รับเพียงหนังสือเชิญเสนอราคา
▪️ ได้รับเพียงรายการครุภัณฑ์ 11 รายการ
▪️ ไม่ได้รับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (SPEC)
▪️ ไม่ทราบวงเงินงบประมาณ
▪️ ไม่ได้รับ TOR หรือเอกสารทางเทคนิคใด ๆ
ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการประเมินราคา
ประเด็นที่ 2 : ไม่มี SPEC แต่มีราคากลาง
พยานเอกชนยืนยันว่าการจัดทำใบเสนอราคาทำขึ้นโดยอาศัยเพียงชื่อรายการครุภัณฑ์
ไม่มีข้อมูลคุณลักษณะเฉพาะประกอบ
ไม่มีข้อมูลมาตรฐานวัสดุ
ไม่มีรายละเอียดทางเทคนิค
ไม่มีข้อมูลวงเงินงบประมาณ
กล่าวง่าย ๆ คือ ยังไม่รู้ว่าจะซื้อของแบบไหน แต่กลับมีใบเสนอราคาเพื่อนำไปกำหนดราคากลาง
คำถามคือ ราคากลางที่ได้สะท้อนราคาตลาดจริงหรือไม่?
ประเด็นที่ 3 : สินค้าเหมือนกันแทบทั้งหมด
จากเอกสารเปรียบเทียบใบเสนอราคา พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ทั้ง 2 บริษัทเสนอ
เป็นสินค้าแบรนด์เดียวกันเกือบทั้งหมด จำนวน 10 จาก 11 รายการ
หลายรายการเสนอรุ่นเดียวกัน
หลายรายการเสนอราคาเท่ากัน
และราคาสุทธิของทั้งสองบริษัทต่างกันเพียงประมาณ 1,190 บาท
ในโครงการมูลค่าเกือบ 5 ล้านบาท
ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในเอกสารการสอบสวน
ประเด็นที่ 4 : สตง. ชี้เกิดความเสียหาย
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบแล้วเห็นว่า
การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว มีลักษณะไม่เป็นไปตามหลักการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายหนึ่ง สตง. ประเมินความเสียหายเบื้องต้นที่สามารถเรียกคืนได้ ไม่น้อยกว่า 810,500 บาท (เฉพาะ 1 โครงการศูนย์วารีภิรมย์)
พร้อมเสนอให้
▪️ กรุงเทพมหานครดำเนินการเรียกค่าเสียหาย
▪️ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ประเด็นที่ 5 : ผู้เกี่ยวข้องถูกชี้มูลอย่างไร
รายงานของ สตง. ระบุถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องหลายตำแหน่ง
ทั้งระดับผู้บริหาร /หัวหน้าฝ่าย/คณะกรรมการ
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเห็นว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ
ประเด็นที่ 6 : แล้วผลทางวินัยเป็นอย่างไร
นี่คือคำถามสำคัญที่สุด เพราะแม้ สตง. จะเห็นว่ามีความเสียหายและเสนอส่งเรื่อง ป.ป.ช. แต่เอกสารการดำเนินการทางวินัยกลับปรากฏว่า
เจ้าหน้าที่จำนวนมากถูกสั่ง "ยุติเรื่อง"
หรือ "ไม่เป็นความผิดทางวินัย"
ขณะที่บางรายได้รับโทษเพียงระดับไม่ร้ายแรง
ทำให้เกิดคำถามต่อสาธารณะว่า
เหตุใดผลสอบของ สตง. และผลการพิจารณาทางวินัย จึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า
▪️ หาก สตง. ชี้ว่ามีมูลความเสียหายต่อราชการ
▪️ หากมีข้อเสนอให้ส่งเรื่องต่อ ป.ป.ช.
▪️ หากพบพฤติการณ์ที่ส่อถึงการแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม
▪️ หากมีการกำหนดราคากลางจากข้อมูลที่ผู้เสนอราคาไม่ได้รับรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงาน
เหตุใดผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากจึงไม่ถูกลงโทษทางวินัย?
นี่คือคำถามที่สังคมมีสิทธิ์ได้รับคำตอบ
เครือข่าย STRONG จะทยอยเผยแพร่เอกสาร ข้อเท็จจริง และรายละเอียดในทุกประเด็น เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส และเพื่อให้ความรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแท้จริง




