News Logo
หน้าแรก
ไฟเขียว 'ชิน เคอ หยวน สตีล' เปิดโรงงานผลิตเหล็กได้แล้ว

ไฟเขียว 'ชิน เคอ หยวน สตีล' เปิดโรงงานผลิตเหล็กได้แล้ว

5 มิ.ย. 2569 17:05
ผู้ชม 68 คน

กรมโรงงานอุตสาหกรรมไฟเขียวให้ 'ชิน เคอ หยวน สตีล' เปิดเดินเครื่องโรงงานผลิตเหล็กแล้ว หลังถูกสั่งปิดยาว ปมมาตรฐานและเรื่องมลพิษทางอากาศ

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ อก 0311/3671 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ผู้ประกอบกิจการโรงงาน เพื่อแจ้งให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้

ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าว มีการอ้างถึงหนังสือต่างๆ รวม 7 ฉบับ ได้แก่

1.หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก 0311/12547 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567

2.หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก 0311/917 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568

3.หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก 0311/2801 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2568

4.หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก 0311/5865 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568

5.หนังสือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ด่วนที่สุด ที่ อก 0311/1298 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

6.หนังสือบริษัท ชิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ SKY 004/69 ลงวันที่ 23 มกราคม 2569

7.หนังสือบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ SKY 041/69 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับเนื้อหาในหนังสือด่วนที่สุด ที่ อก 0311/3671ระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง 1 รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ออกคำสั่ง ให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตเหล็กเส้น ทะเบียนโรงงานเลขที่ 91220001525561 (ทะเบียนโรงงานรูปแบบเดิม ข 3-59-15/56 รย) ตั้งอยู่ภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง เลขที่ 170 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน จำนวน 7 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มกราคม 2568

หนังสือระบุว่า ต่อมาได้มีคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 2 ให้บริษัทฯ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงานจำนวน 3 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 มีนาคม 2568 และตามหนังสือที่อ้างถึง 3 ได้มีคำสั่งขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 1 และ 2 โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 เมษายน 2568 ต่อมา ตามหนังสือที่อ้างถึง ได้มีคำสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 1, 2 และ 3 โดยให้บริษัทฯ ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน จำนวน 2 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และตามหนังสือที่อ้างถึง 5 ได้ขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 4 โดยให้บริษัทฯ ปรับปรุงแก้โรงงานในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ จำนวน 1 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน 2569

หนังสือระบุอีกว่า โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีหนังสือตามที่อ้างถึง 6 และ 7 แจ้งผลการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน พอสรุปได้ว่า บริษัทฯ ได้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเปิดทดลองเดินเครื่องจักรเพื่อขอเปิดประกอบกิจการโรงงานต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

หนังสือระบุว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้ตรวจสอบโรงงานเพื่อติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 1 ถึง 4 แล้ว พบว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุง แก้ไขโรงงานมาโดยตลอด โดยยังคงเหลือเพียงการปฏิบัติตามคำสั่งฉบับสุดท้ายตามหนังสือที่อ้างถึง 5 ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาและให้บริษัทฯ ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน จำนวน 1 ข้อ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน 2569 ต่อมา เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้ตรวจสอบโรงงานเพื่อติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึง 5 ดังกล่าว

หนังสือระบุว่า ในเบื้องต้น พบว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามคำสั่งโดยการปรับปรุงระบบรวบรวมและบำบัดมลพิษอากาศจากการประกอบกิจการโรงงานเรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้มีการดำเนินการเพื่อเก็บตัวอย่างอากาศจากปล่องระบายออกนอกโรงงาน เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งต่อมาปรากฏผลการตรวจ วัด วิเคราะห์มลพิษทางอากาศ พบว่า เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและโรงงานผลิตเหล็กแท่งเล็กสำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต พ.ศ. 2564 ฉะนั้น จากการดำเนินการของบริษัทฯ ดังกล่าวมาทั้งหมด จึงพิจารณาได้ว่าปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามคำสั่งทั้งหมดถูกต้องครบถ้วน

"ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย จึงมีคำสั่งให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดต่อไปได้นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งฉบับนี้เป็นต้นไป" หนังสือระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งให้ บริษัท ชิน เคอ หยวน สตีล จำกัด หยุดประกอบกิจการทั้งหมด และให้ปรับปรุงแก้ไขเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เนื่องจากตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ต่อมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.7 มีศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา และมีแรงสั่นไหวถึงประเทศไทย ทำให้ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลง มีผู้เสียชีวิตถึง 88 ราย และบาดเจ็บหลายราย

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนั้น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการฯดังกล่าว มีสัญลักษณ์ ‘SKY’ เป็นของ ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด โดยอ้างว่าเป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งปิดโรงงานเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ชั่วคราวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ต่อมา กระทรวงอุตสาหกรรม ทำหนังสือเพื่อขอข้อมูลจากบริษัทซินเคอหยวนว่าได้ขายเหล็กล็อตที่มีปัญหาให้แก่ตัวแทนจำหน่ายรายใดไปบ้าง แต่ได้คำตอบว่าไม่ได้ขายเหล็กให้โครงการก่อสร้างตึก สตง. โดยตรง จึงไม่สามารถตอบได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) อายัดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด จำนวน 116 รายการ รวม 41,635 เส้น มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท (ต่อมา วันที่ 15 กันยายน 2568 สมอ.ได้ถอนการอายัดและส่งมอบเหล็กดังกล่าวคืนบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด)

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนั้น พร้อม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าผลการตรวจสอบสาเหตุตึกสตง.ถล่มนั้น จากคณะกรรมการตรวจสอบของรัฐบาลระบุว่าเป็นความบกพร่องการออกแบบอาคารและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะเทคนิคการก่อสร้าง ส่วนเหล็กและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เป็นวัสดุปกติที่ได้มาตรฐานทั่วไป แต่นายเอกนัฏ กลับให้ข้อเท็จจริงย้อนแย้งว่า ไม่ว่าผลตรวจสอบเหล็กของ สตง. จะเป็นเช่นไร ก็ไม่เปลี่ยนความจริงในการดำเนินคดีกับเหล็กไม่ได้มาตรฐานของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จํากัด พฤติกรรมของนายเอกนัฏ จึงมีเจตนาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีอคติจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

จากนั้น วันที่ 19 กันยายน 2568 บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ยื่นฟ้องนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กับพวกรวม 16 คน ต่อศาลปกครองระยอง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีคำสั่งให้บริษัทฯหยุดประกอบกิจการโรงงานเหล็กทั้งหมด รวมถึงเพิกถอนคำสั่งอายัดเหล็กฯของบริษัทฯด้วย และขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งหมดร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ เป็นเงิน 3,218,288,376.22 บาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ขอศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี โดยอนุญาตให้บริษัทฯเปิดดำเนินกิจการโรงงานได้ตามปกติ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุ

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากประเด็นเรื่องมาตรฐานเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด แล้ว ยังมีกรณีที่ทีมสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรมขณะนั้นร่วมกับ สมอ. ตรวจสอบบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด พบฝุ่นแดง ปริมาณกว่า 43,000 ตัน ซึ่งเกินกว่าปริมาณที่บริษัทแจ้งไว้ว่าผลิตได้ปีละประมาณ 2,200 ตัน เจ้าหน้าที่จึงสั่งอายัดฝุ่นแดงทั้งหมด เพื่อตรวจสอบ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง (สอจ.ระยอง) มีคำสั่งให้ถอนอายัดฝุ่นแดง (ภายหลังพบว่ามีปริมาณณกว่า 7.7 หมื่นตัน) แต่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยกเลิกคำสั่งการถอนอายัดดังกล่าว และสั่งย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดระยองออกจากพื้นที่ เนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสว่าอาจมีการลักลอบขนย้ายฝุ่นแดงออกนอกโรงงาน และอายัดฝุ่นแดงไว้เช่นเดิม

ขณะที่ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัดทำเอกสารชี้แจงเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ว่า กรณีฝุ่นแดง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้รับรองว่าน้ำหนักรวมมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการนำเข้ามาจากภายนอกหรือจากต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ฐานความผิดร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานความผิดอื่นใดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทฯถูกกระทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจากเจ้าหน้าที่รัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพที่ตั้งโฉนด 42 ไร่สนามฟุตบอล‘เนวิน’-ลูกชาย‘อนุทิน’ร่วมหุ้นด้วย
เปิดภาพที่ตั้งโฉนด 42 ไร่สนามฟุตบอล‘เนวิน’-ลูกชาย‘อนุทิน’ร่วมหุ้นด้วย