News Logo
หน้าแรก
'ปกรณ์' ดันกฎหมายเฉพาะ เอาผิดข้าราชการโกงสอบ ชง 7 ข้อตรวจเข้ม

'ปกรณ์' ดันกฎหมายเฉพาะ เอาผิดข้าราชการโกงสอบ ชง 7 ข้อตรวจเข้ม

3 ก.ค. 2569 21:59
ผู้ชม 65 คน

‘ปกรณ์’เล็งดันออกกฎหมายเฉพาะ เอาผิดโดยตรงกับข้าราชการโกงสอบ ชง 7 ข้อตรวจเข้ม ให้ ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง.ลุย ถ้าพบทุจริต สั่งเบรกบรรจุ-ตัดสิทธิสอบรับราชการทุกแห่ง

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า การสอบเข้ารับราชการ การทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนความเชื่อมั่นในระบบราชการ ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายจัดการเรื่องนี้โดยตรง จะดีไหมถ้าจะมีกฎหมายกำหนดความผิดในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ โดยมีเหตุผลดังนี้ โดยที่ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมีหน้าที่และอำนาจในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การจัดทำและให้บริการสาธารณะ และการบริหารราชการแผ่นดิน ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐจึงต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง และมีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ การคัดกรองบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งหรือเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐทุกประเภทและทุกระดับจึงต้องเป็นกระบวนการที่มีคุณภาพ โปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการทุจริตในทุกขั้นตอน เพื่อคัดกรองให้ได้คนเก่งและดีเข้ามาทำงานในหน่วยงานของรัฐ อันจะทำให้การบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย

นายปกรณ์ระบุว่า การจัดทำและให้บริการสาธารณะ และการบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ โปร่งใส หากมีการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ก็จะทำให้ได้คนทุจริตซึ่งไม่มีคุณภาพเข้ามาทำหน้าที่บังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย การจัดทำและให้บริการสาธารณะ และการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งย่อมบังเกิดผลเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติตามมา

"อย่างไรก็ดี ปรากฏว่ามีการทุจริตในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐอยู่เนืองๆ โดยใช้วิธีการต่างๆ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ หลายกรณีมีการกระทำกันเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งยิ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในภาครัฐ สมควรกำหนดให้มีความผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติในระยะยาวเช่นนี้ขึ้น"นายปกรณ์ระบุ

นายปกรณ์ระบุอีกว่า สาระสำคัญ คือ

1.กำหนดให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นความผิดอาญา

2.ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

​​ 3.เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม ข้อ 2 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท.และสำนักงาน ปปง. จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

4.ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ท. หรือสำนักงาน ปปง. มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวน แล้วแต่กรณี ดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว

 5.เมื่อมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามข้อ 4 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการให้มีการสอบบรรจุมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการสอบบรรจุไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าสำนักงานป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. หรือสำนักงาน ปปง. มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวน แล้วแต่กรณี จะมีหนังสือแจ้งผลการสืบสวนสอบสวน

6.ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ และให้ตัดสิทธิเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง

7. ในกรณีผู้กระทำความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ให้ไล่ออกจากราชการ และต้องรับโทษหนักขึ้นอีกเท่าหนึ่ง

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น
ปกรณ์ นิลประพันธ์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สั่งเช็กขรก. 1.5 หมื่นคน เอี่ยวโกงสอบ- มท.ยันไม่จ่ายเงิน มศว
'อนุทิน' สั่งเช็กขรก. 1.5 หมื่นคน เอี่ยวโกงสอบ- มท.ยันไม่จ่ายเงิน มศว